SPOON-BILLED SANDPIPER

 
 

เรื่องราวของ"นกชายเลนปากช้อน"
เรื่อง/ภาพ พอพล นนทภา
มกราคม 2545

 
 

       หลายปีมานี้ข่าวคราวของนกชายเลนปากช้อนแห่งโคกขามได้สร้างความสนใจไปยัง
นักดูนกทั่วโลก เหตุเพราะนกชนิดนี้เป็นนกที่หายากและจะพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น โดย
เฉพาะประเทศในเขตอบอุ่นบนเส้นทางอพยพสายเอเชียตะวันออก(East Asian Flyway)
นกชนิดนี้แม้ที่อื่นจะหายากแต่สำหรับนาเกลือแห่งโคกขามแล้วเราสามารถพบนกชนิดนี้ได้
ในทุกปีของช่วงฤดูกาลอพยพ  เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันแล้วที่มีการรายงานพบนกชนิดนี้ที่
โคกขาม  จึงไม่น่าแปลกใจว่าในช่วงดังกล่าวจะมีนักดูนกจากทั้งไทยและต่างประเทศแวะ
เวียนกันมาดูนกไม่ขาดสาย

 
 



 
 

       นกชายเลนปากช้อนจัดเป็นนกชายเลนอีกชนิดหนึ่งของโลกที่มีอัตราเสี่ยงต่อการสูญ
พันธุ์สูง  เนื่องจากมีพื้นที่อาศัยเพื่อผสมพันธุ์อยู่ในพื้นที่จำกัดทางตะวันออกเฉียงเหนือของ
ไซบีเรีย  จากเดิมเคยประมาณว่ามีประชากรนกในราว2,000-2,800 คู่ แต่จากการสำรวจ
จำนวนรังนกครั้งล่าสุดพบว่าจำนวนของนกชนิดนี้อาจเหลืออยู่ไม่ถึง1,000คู่
ซึ่งถือเป็นเรื่อง
ที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง
        นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) Calidris pygmaeus เป็นนก
ชายเลนที่มีขนาดเล็ก(15ซ.ม.) อยู่ในวงศ์นกชายเลน Family Scolopacidae และอยู่ใน
วงศ์ย่อยนกชายเลนSubfamily Tringinae โดยมีลักษณะทั่วไปคล้ายนกสติ๊นท์คอแดงมาก
แต่ลักษณะเด่นของนกชายเลนปากช้อนจะมีปลายปากที่แผ่แบนออกผิดแผกจากนกชาย-
เลนโดยทั่วไป  และความยาวของปากก็จะยาวกว่านกสติ๊นท์อกแดงจนเห็นได้ชัด  นอกจาก
นั้นนกชายเลนปากช้อนยังมีลำตัวที่อวบใหญ่กว่าเล็กน้อยจึงเห็นพื้นที่ขนสีขาวของลำตัวด้าน
ล่าง(Underparts) ได้มากกว่า  หากมองให้ชินตาเมื่อปะปนอยู่กับฝูงนกสติ๊นท์คอแดงเรา
จะเห็นนกชายเลนปากช้อนดูขาวเด่นออกมาจนเป็นที่สังเกตได้ง่าย  หน้าผากและคิ้วของ
ชายเลนปากช้อนก็ยังดูขาวชัดเจนกว่าอีกด้วย

 
 



 
 

       นกชนิดนี้มักชอบหากินอยู่ตามพื้นเลน ตามบริเวณที่มีน้ำขังตื้นๆตามนากุ้ง นาเกลือ
หรือตามหาดเลนริมฝั่ง  การหากินจะเป็นลักษณะเดินไปข้างหน้าแล้วจิกหาอาหารจำพวก
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อยู่ในเลนไปเรื่อยๆ บางครั้งระหว่างจิกก็จะส่ายปากไปพร้อมกัน
เมื่ออยู่ในถิ่นอาศัยทางตอนเหนือในช่วงฤดูร้อน(ฤดูใบไม้ผลิ)นกชายเลนปากช้อนรวมถึง
นกชายเลนอื่นๆจะกินแมลงที่มีมากมายเป็นอาหารด้วย

 
 


เมื่อมองจากด้านข้างจะสังเกตความแตกต่างจากนกสติ๊นท์คอแดงได้ค่อนข้างยาก(ตัวกลาง)

 
 

       จากรายงานในหลายปีที่ผ่านมามีนกชายเลนปากช้อนอพยพเข้ามาอาศัยหากินยังนา
เกลือแห่งโคกขามปีละประมาณ1-3ตัว สำหรับในปีนี้พบถึง3ตัว  โดยนกจะอพยพเข้ามา
ในราวกลางเดือนตุลาคมและจะอยู่จนถึงราวกลางเดือนมีนาคมก็จะอพยพขึ้นเหนือกลับไป
จับคู่ผสมพันธุ์ ทำรัง วางไข่และเลี้ยงลูกยังถิ่นเกิดในแถบตะวันออกไกลของไซบีเรียซึ่งมี
พื้นที่ทำรังวางไข่ในทุนดราทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของไซบีเรีย บางข้อมูลระบุว่านก
ทำรังในแถบคาบสมุทรKamkatcha อีกด้วย

        ในราวเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนกจะเริ่มจับคู่ผสมพันธุ์จากนั้นก็จะผสมพันธุ์วางไข่
บนรังตามพุ่มหญ้าเตี้ยๆโดยจะใช้เวลาฟักไข่ราว20วันจึงจะออกเป็นตัว จากนั้นพ่อแม่ก็จะ
ช่วยกันเลี้ยงลูกจนแข็งแรงพร้อมบินลงใต้สู่ประเทศในเขตอบอุ่นก่อนฤดูหนาวในทุนดรา
จะมาเยือน เมื่อถึงเวลานั้นทุ่งหญ้าในทุนดราก็จะกลายเป็นทุ่งน้ำแข็ง

 
 


จากคู่มือดูนกของเคร็ก รอบสัน ระบุว่านกทำรังวางไข่ในแถบextreme NE palearctic เมื่อถึงฤดูหนาวจะอพยพมาอาศัย
หากินถามแถบชายฝั่งของ
บังคลาเทศและมีรายงานพบบ้างในSE,E India ,S China, E Tonkin,SW,S Mynma,Thailand,
Malasia,Singapore,S Annam


 
 

        เมื่อถึงเวลาอพยพนกจะบินตามแนวชายฝั่งของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เข้ามายังประเทศ
ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาอาศัยอยู่ในไทย พม่า บังคลาเทศ และมาเลเซียแต่ก็มี
รายงานพบได้เป็นบางครั้งในสิงคโปร์  แต่ก็ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่านกส่วนใหญ่ไปอาศัย
อยู่ที่ใดในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์  จากรายงานเคยพบนกชนิดนี้มากที่สุดถึง 257ตัวบนเกาะ
เล็กๆแห่งหนึ่งของบังคลาเทศ จึงคาดว่าตามเกาะและแนวชายฝั่งของบังคลาเทศน่าจะเป็น
แหล่งที่นกชายเลนปากช้อนส่วนใหญ่ใช้อาศัยหากินในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ของก็เป็นได้

        การที่เราสามารถพบนกหายากหลายชนิดได้ที่โคกขามแห่งนี้อยู่เสมอย่อมบ่งบอกถึง
ความสำคัญของพื้นที่อ่าวไทยตอนใน  ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในแต่ละปีจะมีนกอพยพเข้า
มาแวะพักเพื่อสะสมพลังงานในพื้นที่อ่าวไทยตอนในกว่า100,000ตัว ส่วนอีกราว37,000
ตัวจะหยุดอาศัยหากินอย่างถาวรตลอดช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์

 
 


เวิ้งผืนนาเกลือบางส่วนแห่งโคกขามแหล่งพักพิงของนกชายเลนหลายชนิดในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์

 
 

       โคกขามเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของอ่าวไทยตอนในที่มีนกชายเลนหยุดอาศัยอยู่หลายชนิด
และมีจำนวนมาก  ที่นี่ถือเป็นแหล่งดูนกชายเลนที่เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาในระยะหลายปีนี้
และด้วยการมองเห็นคุณค่าของธรรมชาติ ชาวบ้านในพื้นที่กลุ่มหนึ่งจึงได้รวมตัวกันขึ้นมา
ในชื่อ "ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขาม"
เป็นองค์กรชาวบ้านที่ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมและ
อนุรักษ์ธรรมชาติในพื้นที่โคกขาม  งาน"เทศกาลอนุรักษ์นกชายเลนครั้งที่1" ถือเป็นอีก
กิจกรรมที่ชาวบ้านแห่งสหกรณ์โคกขามได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและให้ความรู้แก่เยาว-
ชนและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ เพื่อจะได้ร่วมกันอนุรักษ์
ให้คงอยู่ เพราะหากธรรมชาติขาดความสมดุลย์และไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวของมัน
เองเมื่อใด เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้เช่นกัน 

 
 

 

 
 

BACK (กลับห้องบทความ)

 
 


Get your Free Advertising...for Thai web sites only!