เรื่องราวของ"นกหัวโตทรายเล็ก"
เรียบเรียง-ภาพประกอบ พอพล นนทภา
กันยายน 2544

 
 

          ในบรรดานกชายเลนอพยพทั้งหลายของไทย นกหัวโตทรายเล็กจัดเป็นนกชายเลนที่พบ
ได้บ่อยและมากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง  เพราะพบได้ทุกที่ที่เป็นแหล่งดูนกชายเลนในบริเวณอ่าวไทย
ตอนใน  นกชนิดนี้มีขนาดความยาวของลำตัวราว21ซ.ม. หัวกลม ตัวป้อม ขายาวและตัวใหญ่กว่า
นกในกลุ่มนกสติ๊นท์ มีพื้นที่หากินที่หลากหลายทั้งบ่อกุ้ง นาเกลือ หาดเลนแต่มักไม่พบตามแหล่ง
น้ำจืดที่ลึกเข้ามาในแผ่นดิน
          นกหัวโตทรายเล็ก( Lesser Sand-Plover ) Charadrius mongolus หรืออาจเรียกว่า
Mongolian Plover เพราะว่าพบนกชนิดนี้ครั้งแรกในประเทศมองโกเลีย นกชนิดนี้มีถึง5ชนิด
ย่อยที่จะมีลักษณะรูปร่างสีสันแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย โดยแต่ละชนิดย่อยจะมีแหล่งผสมพันธุ์
ทำรังวางไข่ในสภาพพื้นที่แตกต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่ราบริมชายฝั่งในแถบไซบีเรียตะวันออก ในทุ่ง
หญ้าสเต็ปป์ ทุ่งสเต็ปป์บนภูเขา( Mountain Steppe) ในจีนตอนเหนือ มองโกเลียไปจนถึงที่
ราบสูงและพื้นที่เกษตรกรรมของเทือกเขาหิมาลัยในระดับความสูงไม่เกิน5,500เมตรจากระดับ
น้ำทะเล  

 
 

 
 

ขาของนกหัวโตทรายเล็กจะเข้มกว่านกตัวโตทรายใหญ่มองไกลๆจะเป็นสีดำและปากก็บาง
และสั้นกว่าเช่นกัน ภาพฝูงนกหัวโตทรายเล็กนี้ถ่ายจาก อช.เขาสามร้อยยอด ในช่วงเดือนมกราคม

 
 

          โดยชนิดย่อย C.m.stegmanni อยู่ในแถบตะวันออกไกลของไซบีเรีย บนเกาะComman-
dor Islands ชนิดย่อย C.m.mongolusอยู่ในแถบไซบีเรียตะวันออก สองชนิดย่อยดังกล่าวนี้มี
เส้นทางอพยพหลักบินไกลไปยังออสเตรเลีย หนังสือบางเล่มจัดให้นกสองชนิดย่อยนี้เป็นกลุ่มทาง
ด้านเหนือ(Northern Group)เพราะมีแหล่งทำรังวางไข่อยู่ในเขตอาร์คติกเป็นหลัก
          ส่วนชนิดย่อยC.m.atrifons ทำรังวางไข่อยู่ทางตอนใต้ของทิเบตในพื้นที่ราบบนเทือกเขา
หิมาลัยในระดับความสูงไม่เกิน5,500เมตร นกชนิดย่อยนี้ส่วนใหญ่อพยพไปยังพม่าและอินเดีย 
ชนิดย่อยC.m. pamirensisชนิดย่อยนี้ทำรังวางไข่อยู่ทางตอนใต้ของรัสเซียและเอเชียตอนกลาง
นกชนิดย่อยนี้ส่วนใหญ่อพยพไปยังอัฟริกาด้านตะวันออกไปจนถึงเกาะมาดากาสการ์ บางส่วนบินไกล
ไปจนถึงอัฟริกาใต้ชนิดย่อยสุดท้ายคือC.m.schaeferi ทำรังวางไข่ตั้งแต่ทางตะวันออกของทิเบต
จีนตอนเหนือขึ้นไปจนถึงมองโกเลีย ชนิดย่อยนี้เองที่อพยพมายังประเทศไทยและประเทศในแถบ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แต่ก็สามารถพบชนิดย่อย C.m.mongolus และชนิดย่อยC.m.atrifons
ได้เช่นกันในเมืองไทย ซึ่งนักปักษีวิทยาได้บันทึกเป็นหลักฐานไว้แต่ก็พบได้น้อย 

 
     
 

 
 

เพื่อให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้นผมได้นำรูปนกสีแดงไปวางตามจุดต่างซึ่งเป็นแหล่งผสมพันธุ์วางไข่ของนกตัวโตทรายเล็ก
ตามคู่มือดูนกเมืองไทยเล่มล่าสุดของ
Craig Robsonที่ได้ระบุจุดต่างๆไว้ดังนี้ Former Soviet C Asia,S,E Siberia,NE Pale-
arctic, NW,N India,Tibet, NW,N China
โดยชนิดย่อย C.m. schaeferi ที่อยู่ในแถบทิเบตตะวันออก ทางเฉียงเหนือและ
ตอนเหนือของจีนคือชนิดย่อยที่อพยพมายังไทย กลุ่มที่อยู่ทางด้านตะวันออกของไซบีเรียคือชนิดย่อย
C.m.mongolusและ
C.m.stegmanni ส่วนที่อยู่ซ้ายสุดคือชนิดย่อย C.m.pamirensis 

 
 

          เมื่อฤดูหนาวมาเยือนนกหัวโตทรายเล็ก C.m.schaeferiจะพากันอพยพลงใต้ผ่านผืนแผ่น
ดินอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ของจีนลงมายังเมืองไทย ซึ่งเป็นการอพยพเหนือผืนแผ่นดินใหญ่  (Over
land ) นกที่เลือกหากินอยู่ในเมืองไทยก็จะอาศัยหากินตามแนวชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยไปจนตลอด
ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์จนถึงราวเดือนพฤษภาคม
          สำหรับนกชายเลนที่มีลักษณะใก้ลเคียงหัวโตทรายเล็กมากที่สุดก็คือนกหัวโตทรายใหญ่
เพราะหากมองรวมๆแล้วจะใก้ลเคียงกันมากทั้งขนาดและสีสัน ส่วนที่พอจะแยกแยะได้ง่ายก็คือ
ส่วนของปาก นกหัวโตทรายใหญ่จะมีปากที่ยาวและหนากว่า ต้นขา(tibia)นกหัวโตทรายใหญ่จะ
ยาวกว่าและมีสีขาที่จางกว่านกหัวโตทรายเล็ก 
ส่วนขนาดความยาวของลำตัว(จากปลายปากถึง
ปลายหาง)นกหัวโตทรายใหญ่จะมีความยาวกว่าหนึ่งเซ็นติเมตร   หากยืนเทียบกันก็จะเห็นความ
แตกต่างนี้ได้

 
     
 

 
 

นกในขนชุดผสมพันธุ์รวมฝูงกันนับพันตัวเพื่อเตรียมอพยพกลับ ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 15พ.ค.2541 (บางปู)

 
 

         ในวันที่15พ.ค.2541ผมเคยพบนกหัวโตทรายเล็กในขนชุดผสมพันธุ์สีสันสดใสนับพันตัวที่
บางปู นกเหล่านี้กำลังเตรียมตัวอพยพกลับ เพราะหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นผมกลับไปดูนกที่บางปู
อีกครั้งแต่ก็ไร้ร่องรอยของนกฝูงนี้ และแทบจะไม่พบนกชายเลนชนิดอื่นๆด้วยเช่นกัน เพราะช่วง
ดังกล่าวถือเป็นช่วงท้ายๆของการอพยพกลับยังถิ่นเกิด
          นกที่มีถิ่นอาศัยไม่ไกลจากไทยเช่นในทิเบต จีนตอนเหนือ มองโกเลียเช่นนกหัวโตทราย
เล็ก
C.m.schaeferi จึงมีสิทธิเลือกเที่ยวบินท้ายๆของการอพยพกลับได้ต่างจากนกชายเลนที่อยู่
ด้านบนในแถบอาร์คติก ทุนดราที่จำเป็นต้องอพยพกลับเป็นชุดแรกๆตั้งแต่ช่วงเดือนมีนา-เมษา 
เพราะนอกจากนกจะมีเส้นทางอพยพที่ยาวไกลกว่าแล้ว ยังมีช่วงฤดูร้อนแห่งการสืบเผ่าพันธุ์สั้น
กว่าด้วยเช่นกัน

 
 

ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย

 
 

BACK (กลับห้องบทความ)