พ่อมดที่บ้านกร่าง
เรื่อง/ถ่ายภาพ พอพล นนทภา
เขียน มิถุนายน 2545
 
 

            หลังจากถ่ายภาพนกพญาปากกว้างอกสีเงินได้ไม่กี่ภาพผมก็ผละออกจาก
จุดนั้น  ที่จริงผมเคยถ่ายภาพนกชนิดนี้แล้ว แต่เพราะความน่ารักของมันและกับฉาก
หลังรวมถึงแสงเงาที่แตกต่างกันทุกครั้ง ดังนั้นเมื่อพบอีกคราวใดก็อดไม่ได้ที่จะนั่ง
ซุ่มเงียบอยู่เพียงครู่ ใช้เวลารบกวนให้น้อยแล้วถ่ายภาพเก็บเอาไว้สัก2-3ภาพเสีย
ทุกครั้งไป

              ผมเดินจนมาถึงลำห้วยที่สามตรงตัดผ่านถนน ทีแรกตั้งใจจะตัดขึ้นถนน
มุ่งสู่รถที่จอดไว้ตรงกิโลเมตร18 ซึ่งต้องใช้เวลาเดินอีกเพียงครู่ใหญ่ แต่หากเดิน
ตามลำห้วยก็จะอ้อมอีกเล็กน้อยและต้องเสียเวลาเพราะเดินยากลำบากกว่า แต่แล้ว
เสียงร้องของนกกาน้อยหงอนยาวที่ดังมาจากราวป่าที่ลึกเข้าไปในลำห้วยทำให้ผม
ตัดสินใจเดินตามลำน้ำนั้นต่อไปทั้งที่เบื้องบนท้องฟ้านั้นเริ่มครึ้มบ่งบอกว่าอีกไม่ช้า
ฝนก็จะเทลงมา

 
 

 

 
 

นกพญาปากกว้างอกสีเงิน จะจับคู่ทำรังวางไข่เลี้ยงลูกในช่วงต้นฤดูฝน
มักพบได้เสมอที่บ้านกร่าง(ในช่วงกม.15-18 ) ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

 
 

           เสียงร้องของนกกาน้อยหงอนยาวยังคงดังมาเป็นระยะมาจากที่ไหนสักแห่ง
ข้างหน้า ดังราวกับเสียงหัวเราะที่ฟังคล้ายกับนกแก๊กแต่จังหวะและซุ่มเสียงนั้นต่าง
กัน ผมมาหยุดตรงจุดรกชัฏช่วงที่บีบแคบของลำห้วย  นกร้องมาจากฝั่งตรงข้ามแต่
มันกลับหยุดร้องเมื่อผมเดินมาถึง  บางทีสายตาคู่นั้นอาจกำลังจ้องมองผมอยู่ ผมยืน
ตรงนั้นอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินตามลำห้วยไปยังกม.18เพราะลมเริ่มพัดแรง
เหมือนพายุขนาดย่อมและเหนือหัวของผมเมฆดำก้อนใหญ่แผ่คลุมเป็นบริเวณกว้าง
ดูมืดไปทั่วทั้งฟ้าราวกับจะแผ่คลุมโลกทั้งโลกไว้
          ผมเร่งฝีเท้าจนมาถึงรถ เก็บกล้องแล้วคว้าขวดน้ำขึ้นมายืนดื่มข้างรถ สายตา
มองสำรวจไปทั่วบริเวณ บนลำห้วยน้ำยังคงไหลเอื่อยอย่างมิรูจักเหน็ดเหนื่อย บริเวณ
ข้างลำห้วยมีกองมูลสัตว์ ตรงนั้นผีเสื้อสีน้ำตาลลวดลายปีกแปลกตากำลังก้มหน้าก้มตา
ดูดธาตุอาหาร ทีแรกผมไม่ใส่ใจพอดื่มน้ำเสร็จรีบก้าวไปยังรถเตรียมขับกลับจุดกาง
เต๊นท์ที่แคมป์บ้านกร่างให้ทันก่อนที่ฝนจะเทลงมา 
           แต่เมื่อกำลังจะบิดกุญแจติดเครื่องผมกลับชะงักนึกเสียดายและคล้ายกับมี
บางอย่างดลให้ใจรีบคว้ากล้องติดแฟลชสวมเลนส์มาโครผลุนผลันลงจากรถเข้าประชิด
เจ้าของลายปีกงดงามตัวนั้นที่ยังคงเกาะนิ่งอยู่บนกองมูล มันปล่อยให้ผมบันทึกความ
งามโดยมิสนใจใดๆ ครู่เดียวก็บินวับหายเข้าไปในป่าเหมือนรู้ว่าอีกเพียงอึดใจเม็ดฝน
ก็กระหน่ำลงมาจนเกือบที่ผมจะก้าวขึ้นรถไม่ทัน

 
 

 

 
 

กิโลเมตรที่18 ติดช่วงโค้งของลำธารเป็นจุดที่นักดูนกมักจอดรถใต้ร่มไม้เพื่อเดินดูนก
จุดนี้เป็นจุดที่ดีอีกจุดหนึ่งสำหรับการดูนก

 
 

           ลมและฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างเฉียบพลันทำให้ผมเลือกที่จะนั่งในรถดีกว่า
ที่จะเสี่ยงขับกลับ บริเวณนั้นไม่ค่อยทึบนักห่างจากไม้ขนาดใหญ่อยู่พอควรและเท่าที่
เห็นยังดูแข็งแรงไม่น่าที่จะหักโค่นลงมาได้ง่ายๆน่าจะปลอดภัยกว่าการเสี่ยงขับกลับ
ซึ่งต้องผ่านเส้นทางอันหนาแน่นด้วยไม้ใหญ่ที่อาจหักโค่นลงมาได้ในสภาวะเกิดพายุ
ฝนเช่นนี้

        ฝนยังคงตกลงมาอย่างหนัก ผมบิดที่ปัดน้ำฝนให้แรงสุดก็มิอาจมองเห็นอะไร
ได้ไกลนอกเสียจากฝ้าฝนสีขาว  ผมเลิกที่จะกังวลคิดว่าไม่นานฝนคงหยุด ผมปรับ
เบาะรถให้เอนนอนในท่าสบาย หลับตาลงผมอยากจะหลับแต่กลับนึกถึงผีเสื้อตัวนั้น
ภาพอันวิจิตรแลดูลึกลับของลายปีกที่เห็นได้อย่างชัดแจ้งจากเลนส์มาโครยังคงติดตา
ผมเอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อค้นหาคู่มือผีเสื้อ จำได้ว่าผมเคยซุกไว้ในกองหนังสือตรง
เบาะหลังนี้นานแล้ว ปกติเมื่อพบผีเสื้อและมีโอกาสที่จะถ่ายภาพได้ผมก็มักจะบันทึก
ภาพนั้นเก็บไว้ แล้วค่อยมาจำแนกจากหนังสือเอาทีหลัง แต่จะว่าไปผมก็ไม่ค่อยได้มี
โอกาสถ่ายภาพผีเสื้อนักนอกเสียจากชื่นชมผ่านกล้องดูนก
         ผมค้นหาหนังสือเล่มนั้นจนเจอเหตุที่ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้จึงถูกซุกอยู่ด้านล่าง
ปกพลาสติกถูกทับจนติดกับปกหนังสือที่เขียนว่า"ผีเสื้อ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน"
เป็นการรวบรวมผลงานภาพถ่ายอันชวนมองของกลุ่มคนผู้รักและหลงใหลแมลงชนิดนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องสะดุดตาคือภาพหน้าปก เป็นภาพของผีเสื้อลายปีกสวยตัวที่ผม
ได้พบก่อนหน้านี้นั่นเอง 
          ผมพลิกดูภายในเล่มเพียงครู่เดียวก็พบข้อมูล
มันอยู่ในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่
และมีชื่อขรึมขลังว่า"ผีเสื้อพ่อมด"
มิน่าเล่าถึงได้มีมนต์เสกให้มีลายปีกซับซ้อนงดงาม
เช่นนี้ และมันยังเป็นผีเสื้อที่พบได้ไม่ง่ายนัก บางทีเมื่อฝนหยุดผมอาจตามหาพ่อมด
ตนนี้อีกครั้ง

 
 

 

 
 

 เม็ดสีสีน้ำเงินของลวดลายใต้ปีกสะท้อนแสงจากแฟลชดูราวกับใช้สีสะท้อนแสงแต่งแต้มลงไป

 
 

            ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆอย่างที่ผมคิด
เอาไว้ ผมวางคู่มือผีเสื้อลงหลังจากเสพความงามจากภาพเหล่านั้นจนจุใจ ผมค้นหา
หนังสือเล่มอื่นๆมาอ่านต่อเพื่อคร่าเวลา มือผมมาหยุดตรงหนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ พ่อ
มดน้อยผู้โด่งดัง  ผมนึกแปลกใจตัวเองที่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาหรือมนต์ของพ่อมด
ดลให้ผมอยากรู้เรื่องราวของพ่อมดมากยิ่งขึ้น ที่จริงผมอ่านหนังสือเล่มนี้ยังไม่ทันจบ
เล่มก็กลับชิงไปดูหนังในโรงเสียก่อน หนังสือจึงถูกทิ้งเอาไว้จนลืม
           ผมพลิกอ่านไปเรื่อยๆ หนังสือยังอ่านสนุกแม้จะเคยดูมาแล้วและเรื่องกำลัง
เข้าสู่ช่วงตื่นเต้นแฮรี่กำลังใช้ผ้าคลุมวิเศษย่องเข้าค้นหาความลับของศิลาอาถรรพ์
แต่ก็ถูกล่วงรู้โดย...ผมอ่านถึงตรงนี้ฟ้าก็ผ่าลงมาเปรี้ยงใหญ่จากที่ไหนสักที่ไม่ห่างรถ
แสงสว่างจ้าจนแสบตา เสียงดังก้องของฟ้าที่คำรามตามมาสะกดใจต้องหายวาบ แรง
สั่นสะเทือนสะท้านถึงตัวจนรู้สึกได้ สายฝนที่ทำท่าจะผ่อนลงในตอนแรกกลับสาดซ่า
หนักหน่วงขึ้นมาอีก
           ผมเริ่มรู้สึกหวั่นไหวไม่แน่ใจว่าสิ่งใดจะตามมาอีก ผมเปิดที่ปัดน้ำฝนให้แรง
ขึ้นอีกครั้งเพื่อดูสภาพภายนอกที่ยังเห็นเพียงฝ้าฝน และจากระยะไกลฟ้ายังคงแลบอยู่
แปลบปลาบ และช่วงแวบหนึ่งของแสงท่ามกลางความสลัวภายนอกปรากฎคล้ายมี
บางสิ่งไหววูบอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วหายไป ใจผมหายวาบมันคล้ายกับแขนคนโบกไหว
ชั่วขณะนั้นความกลัวแล่นลิ่วเข้าสู่ใจ ไม่บ่อยครั้งนักที่ผมจะรู้สึกหวาดหวั่นได้มากเช่นนี้
ผมพยายามรวบรวมสติ เปิดไฟสูงดูให้แน่ใจว่าคือสิ่งใดแน่ บางทีสภาพร่างกายที่กำลัง
อ่อนล้าอาจส่งผลให้จิตใจสร้างภาพขึ้นมาเอง ผมเอนตัวลงนอนอย่างคนสิ้นแรง หลับตา
แล้วพยายามทำใจให้นิ่งแต่ช่างดูยากเย็นเสียเหลือเกิน
           ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีสิ่งใดดีเท่ากับการรวมรวมสติที่แตกกระเจิงให้
กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ผมหลับตานิ่งพยายามปรับจังหวะหายใจให้สม่ำเสมอนึกถึง
เพียงสัมผัสลมหายใจเข้าออก ผมเริ่มผ่อนคลายเมื่อผ่านไปพักใหญ่สติเริ่มกลับเข้าสู่
สภาพปกติใจเริ่มนิ่ง..นิ่ง..นิ่ง สัมผัสถึงบรรยากาศอันเย็นสบายในยามฝนตก ความอ่อน
ล้าทำให้รู้สึกเคลิ้มแล้วผมก็เผลอหลับไป

 
 

 
 

ผีเสื้อพ่อมดเป็นนายแบบขึ้นหน้าปก

 
 

           เสียงรถขาลงเที่ยวสุดท้ายจากหน่วยฯพะเนินทุ่งปลุกให้ผมตื่น  วันธรรมดา
เช่นนี้รถมักมีไม่มากนัก ผมนึกถึงเพื่อนจากกรุงเทพที่จะตามมาสบทบที่บ้านกร่าง
ในตอนเย็น ป่านนี้เพื่อนอาจกำลังรอผมอยู่
          ก่อนกลับเมื่อขบวนรถผ่านไปจนหมดผมลงสำรวจไปรอบบริเวณ แม้จะเย็น
มากแล้วท้องฟ้ากลับปลอดโปร่งต่างจากบรรยากาศก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง บริเวณรอบ
รถและตามพื้นถนนกลาดเกลื่อนไปด้วยใบและกิ่งไม้ ตรงหน้ารถปรากฎกิ่งไม้ขนาด
ท่อนแขนยาวราวสองเมตรกองสงบนิ่งกิ่งเล็กๆบางส่วนพาดมาจนถึงกันชนรถ ที่โคน
ของกิ่งไม้ใหญ่มีรอยปริฉีก กระแสลมคงกระชากมันให้ร่วงลงผ่านหน้ารถขณะเกิด
พายุฝน ผมยิ้ม..นี่กระมังที่ผมเห็นตอนตกผ่านหน้ารถไปวูบหนึ่งในช่วงฝนกระหน่ำแล้ว
สร้างภาพไปต่างๆนานา  นี่ถ้าตกใส่รถก็คงจะเสียหายไม่น้อย
          ผมมองเข้าไปตามลำธาร ในราวป่าเสียงร้องของนกกาน้อยหงอนยาวร้องก้อง
ขึ้นมาอีก หากตาไม่ผาดชั่วขณะหนึ่งคล้ายผีเสื้อบินเหนือลำธารหายลับเข้าไปในพงไม้ 

ผมนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจก้าวไปยังรถ..คว้ากล้องติดแฟลชแล้วก้าวเดินไปตาม
ลำธารอย่างคนต้องมนต์สะกด

 
     
 

 ฺBACK (กลับห้องเรื่องสั้น)