สุขุมวิท 119 แหล่งดูนกน้ำชั้นดี
เรื่อง / ภาพ พอพล นนทภา
เผยแพร่บนเว็บ 22 มีนาคม 2547


 
 

 

 
 

              เมื่อก่อนนี้หากใครมาดูนกที่บางปูก็มักแวะดูนกน้ำนานาชนิดในซอยเอี่ยมสุรีย์
ซึ่งมีสภาพเป็นบึงน้ำบ่อเลี้ยงปลาธรรมชาติด้วย ซอยดังกล่าวนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามเลยบางปู
ไปเพียงราว 100 เมตร เท่ากับว่าการมาบางปูนั้นสุดคุ้มกับการดูนกน้ำเพราะเท่ากับว่า
ได้แวะดูนกน้ำที่หากินกับน้ำจืดหลากหลายชนิดในซอยเอี่ยมสุรีย์แล้ว ยังได้ดูนกน้ำที่หากิน
อยู่ตามชายฝั่งทะเลเช่นนกชายเลนและบรรดานกนางนวลที่บางปูด้วย
              ในราวปี2543 เมื่อซอยเอี่ยมสุรีย์ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลได้ปิดถนนมิให้รถผ่าน
เข้าออก พื้นที่สำหรับดูนกน้ำที่หากินกับแหล่งน้ำจืดก็ดูเหมือนจะเลือนหายไปกับกาลเวลา
การมาดูนกที่บางปูจึงเหมือนขาดหายอะไรไปสักอย่าง กระทั่งต้นปี 2547 มีข่าวลือสะพัด
หนาดูขึ้นทุกทีกับแหล่งดูนกน้ำนกทุ่งแห่งใหม่ในซอยสุขุมวิท 119 ซึ่งอยู่เลยบางปูไปอีกราว
10 กิโลเมตร ภาพนกน้ำสวย ๆ หลายชนิดที่ถ่ายจากซอย 119 ที่ได้โพสต์ลงในเว็บบอร์ด
Blueplanet ของPantip.com โดยช่างภาพธรรมชาติในนามแฝง " ภูไทไพรวัลย์ " เมื่อ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 นั้นคงเรียกร้องให้นักดูนกอยากที่จะไปสัมผัสนกน้ำ และนกทุ่ง
เหล่านั้นด้วยสายตาของตนเอง

 
 

 
 

นกหนูแดงและนกอัญชันอกเทา

 
 

 
 

บรรยากาศในบังไพรขณะซุ่มถ่ายภาพนกอัญชัน

 
 

               เมื่อทราบข่าวผมจึงหาโอกาสมาสำรวจพื้นที่ดังกล่าว มาได้โอกาสเหมาะใน
ช่วงวันเสาร์กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อมาถึงปากซอยสุขุมวิท 119 จะมีป้ายบอก
เด่นชัดนั้น ผมชำเลืองดูระยะทางที่ลองวัดจากบางปูมาได้เพียง 10 .. ผมขับรถช้า ๆ
เพื่อไม่ให้ฝุ่นคลุ้งไปตามถนนลูกรัง ขับมาได้ราว 200 เมตร จะพบแยกตัววีผมขับตาม
เส้นหลักถนนลูกรังผ่านหน้าโครงการลูกพระดาบส เลยไปไม่ถึงร้อยเมตรจะพบทางแยก

เข้าตึกเก่าของหน่วยงานด้านวิทยุการบินที่หน้าตึกมีธงชาติผืนใหญ่สะบัดพริ้ว ขับรถผ่าน
ประตูทางเข้าเลียบไปทางซ้ายผ่านข้างตึกก็จะเริ่มเข้าสู่แหล่งดูนกน้ำแห่งใหม่ไม่ไกล
กรุงเทพที่กำลังเริ่มเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย


 
 

 
 

มองไปทางไหนก็จะเจอแต่เสาอากาศเหมือนกำลังยืนอยู่ใน " ป่าเสาอากาศ "

 
 

              จากบริเวณสุดตัวตึกขับตามถนนดินผ่านบ้านของคนเฝ้าบ่อปลาด้านขวา ขับไป
ตามถนนดินแคบราวร้อยเมตรนี้สองฟากถนนจะเป็นบ่อปลา ตลอดเส้นทางเล็ก ๆ นี้เอง
ที่เราจะสามารถดูนกน้ำนกทุ่งได้อย่างเพลินในอารมณ์ ระหว่างทางที่อยู่บนถนนเส้นเล็ก
แห่งนี้หากมองดูไปรอบ ๆ ตัวแล้วจะพบเสาอากาศรูปทรงแปลกเรียงรายอยู่บนบึงน้ำรอบ
ตัวเราราวกับว่ากำลังยืนอยู่ใน " ป่าเสาอากาศ " ก็คงไม่ผิดนัก หากเป็นช่วงเช้าหรือเย็น
ในช่วงที่ฟ้ายังเป็นสีส้มที่นี่คงสวยแปลกตาหากมีโอกาสยืนอยู่ตรงนี้คงไม่ต่างกับกำลังยืน
อยู่ในฉากหนังแนววิทยาศาสตร์ไซไฟสักเรื่อง



 
 

 
 

นกโป่งวิดตัวนี้แอบอยู่ในกอหญ้าบนบึงห่างถนนเพียง 5 เมตร

 
 

 
 

นกเป็ดผีเล็กตัวนี้หากินอยู่ข้าง ๆ ถนน ส่วนนกทุ่งอย่างนกอีวาบตั๊กแตนก็พบได้ไม่ยาก

 
 

               นกที่ผมพบในวันนั้นมีที่เด่น ๆ อย่างนกโป่งวิด นกน้ำที่ไม่ค่อยพบในบึงน้ำใกล้
กรุงเทพ รวมถึงนกในวงศ์อัญชันอีกสามชนิดทั้ง หนูแดง อกเทา และเจ้าคิ้วขาว ทั้งยังมี
นกทุ่งอย่างนกหางนาคที่ส่งเสียงร้องไม่เหมือนใคร นกน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็พบหลาย
ชนิดทั้งนกอีแจว อีล้ำ นกพริก รวมถึงนกทุ่งที่หากินตามพงหญ้าก็พบหลายชนิด ทั้งนกพง
ใหญ่พันธุ์ญี่ปุ่น นกยอดหญ้าหัวดำ และอีกหลากหลายชนิด รวมทั้งนกนางนวลแกลบที่ชอบ
โฉบหากินเหยื่อตามบึงน้ำที่ฝรั่งจะเรียกนกในกลุ่มนี้ว่า
Marsh Tern ซึ่งจะมีปีกกว้างกว่า
นกนางนวลแกลบชนิดอื่น ปีกที่กว้างนี้จะสามารถทำให้มันเลี้ยงตัวอยู่เหนือผิวน้ำขณะใช้
ปากจิกกินเหยื่อบนผิวน้ำได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องพุ่งลงไปทั้งตัวซึ่งอาจไปติดพืชที่ลอย
ใต้ผิวน้ำจนอาจเป็นอันตรายถึงขั้นบินขึ้นมาไม่ได้ นกนางนวลแกลบที่ว่าก็คือนกนางนวล
แกลบเคราขาว (
Whiskered Tern ) ที่สามารถหากินได้ทั้งในบึงน้ำและตามชายฝั่งทะเล
ในช่วงนี้นกบางตัวก็จะผลัดขนให้เห็นส่วนท้องที่เริ่มเป็นสีดำแล้ว เมื่อผลัดขนเข้าสู่ขนในชุด
ผสมพันธุ์เต็มที่แล้วสีขนใต้ลำตัวและหัวจะดำ เหลือเพียงบริเวณแก้มจะขาวเด่นที่ขณะบิน
ส่วนแก้มที่ขาวนี้จะเห็นเป็นแนวสีขาวพาดเฉียงจนมองคล้ายกับเป็นเคราสีขาวลู่ลมสมชื่อ
ของมัน
( คลิกที่นี่ครับเพื่อดูภาพนกนางนวลแกลบเคราขาวในรายงานเก่า)

 

 
 

นกนางนวลแกลบเคราขาวขณะบินเหนือผืนน้ำเพื่อมองหาเหยื่อ

 
 

 

 

          ในวันนั้นผมใช้เวลาเพลินอยู่กับการดูนกที่นั่นหลายชั่วโมง ได้เข้าไปนั่งในบังไพร
เพื่อซุ่มดูนกอัญชัญอกเทาด้วยซึ่งก็โผล่มาให้เห็นเพียงแว็บเดียว ต่างจากนกหนูแดงที่หากิน
อยู่ใกล้ ๆ จนแทบจะเอื้อมเอามือไปลูบหัวสัมผัสความน่ารักน่าชังของมันได้ ในความรู้สึก
ของผมแล้วการได้มาดูนกที่นี่คือการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย การมาดูนกที่บางปูในคราว
ต่อไปคงพลาดไม่ได้ที่ผมจะแวะมาดูนกที่นี่ด้วย มิเช่นนั้นแล้วมันจะเป็นความรู้สึกที่ไม่เต็ม
...เหมือนว่าขาดหายอะไรไปสักอย่าง   


 
 

 
   
 

กลับหน้าแรก