นกปากห่าง  Anastomus oscitans

 
 

นกปากห่าง " นักพิฆาตหอยเชอรี่ "
บทความ - ถ่ายภาพ พอพล นนทภา
เผยแพร่ทางเว็บ 15 ก.พ.2547

 
 

 

 
 

              นกปากห่าง ในสายตาของผมแล้วมันคือนักพิฆาตหอยเชอรี่ตัวจริง และหอย
ชนิดนี้ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พวกมันมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วมาก
จนในปีหนึ่ง ๆ นาข้าวถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก โดยมีนกปากห่างคอยเป็นตัวกำจัดหอย
เหล่านี้ตามธรรมชาติโดยที่พวกมันไม่ก่อให้เกิดมลพิษเช่นเดียวกับการใช้สารเคมีที่มีการ
นิยมใช้ในการกำจัดหอยเชอรี่อีกทางหนึ่ง นกปากห่างจึงเป็นตัวคุมประชากรของหอยเชอรี่
มิให้แพร่ขยายมากจนเกินไป ประมาณว่าในวันหนึ่งนกเหล่านี้สามารถกำจัดหอยเชอรี่
ได้หลายแสนจนอาจถึงหลักล้านตัวทีเดียว

              โดยปกติแล้วแต่เดิมนั้นนกปากห่างจะกินหอยโข่งเป็นอาหาร ต่อเมื่อมีการนำ
หอยเชอรี่ " หอยโข่งอเมริกาใต้ " เข้ามาในเมืองไทยจนที่สุดก็ถูกปล่อยเข้าสู่ธรรมชาติ
จนเป็นผลเสียต่อระบบนิเวศน์เพราะพวกมันสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเสียสมดุลตามธรรมชาติจากสัตว์หรือพืชพันธุ์ต่างถิ่นต่างที่
( Alien Species ) ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาและทางการดูเหมือนจะไม่จริงจังกับเรื่องนี้นัก

                ตามปกติแล้วธรรมชาติจะมีวิธีควบคุมกันเองตามธรรมชาติ แต่จะเป็นอย่าง
ค่อยเป็นค่อยไปอย่างเชื่องช้านับพัน ๆ ปี แต่ในกรณีหอยเชอรี่นั้นโชคดีอยู่อย่างที่บังเอิญ
บ้านเรามีนกปากห่างที่สามารถรถกำจัดมันได้ เพราะธรรมชาติได้สร้างลักษณะปากของ
มันมาเพื่อแกะฝาและจิกกินหอยโข่งโดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อปริมาณของหอยเชอรี่เพิ่มขึ้น
ดูเหมือนนกปากห่างก็จะเพิ่มขึ้นตาม จากการสังเกตของผมแล้วปริมาณประชากรของ
นกปากห่างดูจะเพิ่มขึ้นจริงในระยะหลัง ๆ พวกมันคงอพยพมาเมืองไทยกันมากขึ้น
เพราะพวกมันรู้ว่าบ้านเรามีอาหารที่มันชอบอย่างหอยเชอรี่เป็นจำนวนมหาศาล พวกมัน
พากันอพยพมาเพื่อกำจัด Alien Species ที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาโดยเฉพาะ
จะว่าเป็นความโชคดีก็ว่าได้ที่เมืองไทยเราบังเอิญมีบรรดานกปากห่างซึ่งสามารถกำจัด
หอยเหล่านี้ได้ หากไม่มีนกเหล่านี้ปัญหาหอยเชอรี่ที่ชอบกินต้นข้าวจะต้องรุนแรงกว่าที่
เป็นอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย

                เมื่อพูดถึง Alien Species แล้วในเมืองไทยยังมี Alien Species อีกหลาย
ชนิดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเราโดยที่ไม่มีตัวกำจัดได้ตามธรรมชาติ ที่เห็นและ
คุ้นเคยดีก็อย่างผักตบชวาที่สร้างปัญหาให้กับแม่น้ำลำคลองมาช้านาน และยังมีพืชสัตว์
อีกหลายชนิดที่ทำให้ธรรมชาติเสียสมดุลย์ รวมถึงต้นไมยราบยักษ์ที่มักพบเห็นเสมอตาม
แหล่งดูนก และพืชชนิดนี้กำลังแพร่กระจายสร้างปัญหาในหลาย ๆ ด้านไปทั่วประเทศ


 
 

 
 

นกปากห่างเข้ามาทำรังวางไข่เลี้ยงลูกในหลายพื้นที่ของภาคกลาง ตั้งแต่ราวเดือนพฤศจิกายน ถึงเมษายน

 
 

            เมื่อก่อนนกปากห่างจะมีการรวมฝูงพักอาศัยเป็นอาณาจักรที่วัดไผ่ล้อม ปทุมธานี
และที่สวนนกท่าเสด็จ จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นหลัก เริ่มจากวัดไผ่ล้อม ขยายพื้นที่สู่ท่าเสด็จ
สุพรรณบุรี ในระยะหลังเมื่อหอยเชอรี่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วในภาคกลาง นกปากห่าง
จึงขยายพื้นที่หากินกว้างขึ้นตาม ปัจจุบันจึงพบเป็นอาณาจักรย่อม ๆ ในแทบทุกจังหวัด
ของพื้นที่ภาคกลาง ตามข้อมูลแล้วในปี พ.ศ.2510 นกเหล่านี้มีประชากรราว 5,000 คู่ที่วัด
ไผ่ล้อมที่เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดของพวกมัน ปัจจุบันนกทั้งหมดในแถบภาคกลางน่าจะ
มากกว่า 15,000 คู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จงอย่าไปโทษนกเลยครับว่าทำไมระยะหลังจึงพบพวก
มันมากขึ้น นั่นก็เพราะมันเกิดความไม่สมดุลขึ้นในธรรมชาติที่เกิดจากมนุษย์เรานั่นเอง

 
 

 
 

เมื่อนกพบว่าทุ่งนาบริเวณใดมีหอยเชอรี่  ฝูงนกปากห่างจะลงมากำจัดหอยเหล่านั้น

 
 

นกปากห่างมาจากไหน

              เมื่อพูดถึงนกอพยพสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงมักจะเป็นไซบีเรียหรือจีน ถิ่นอาศัยของ
นกอพยพส่วนใหญ่ แต่สำหรับนกปากห่างกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกมันอพยพมาจาก
บังคลาเทศ พวกมันเป็นนกประจำถิ่นในแถบอินเดียและบังคลาเทศที่จะอพยพมาทำรังวางไข่
ตั้งแต่ช่วงปลายฝนในราวเดือนพฤศจิกายน ในช่วงนี้แม้จะเริ่มเข้าสู่หน้าแล้งแต่หลายพื้นที่ใน
แถบภาคกลางจะเริ่มมีการทำนาครั้งที่สอง ในทุ่งกว้างแถบลำลูกกาหรือผืนนาทางในแถบ
ตะวันออกของกรุงเทพ  ช่วงนี้เองที่ผมมักฝูงนกปากห่างเห็นลงกินหอยในผืนนาหลังจาก
ชาวนาพลิกดินใหม่ ๆ นกเหล่านี้จะคอยมากำจัดหอยเชอรี่ตัวทำลายต้นกล้าในนา

 

 
 


นกปากห่างในเมืองไทยอพยพมาจากบังคลาเทศ และเนื่องจากเมืองไทยมีอาหารที่สมบูรณ์ ( หอยเชอรี่ ) 
ในปัจจุบันจึงมีนกปากห่างบางส่วนอาศัยหากินอยู่ในเมืองไทยตลอดปี

 
 

             นกปากห่างจะอาศัยหากินอยู่ในบ้านเราเป็นเวลาหลายเดือนจนกระทั่งราวเดือน
เมษายนจึงพากันอพยพกลับ จะเห็นว่าแม้จะเป็นหน้าแล้งด้วยแต่พวกมันก็สามารถจิกหอย
ที่จำศีลในดินขึ้นมากินได้ด้วยประสาทสัมผัสที่ปากซึ่งธรรมชาติได้สร้างลักษณะพิเศษนี้ให้
กับนกในวงศ์นกกระสาเพียงไม่กี่ชนิด สำหรับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แล้วนกปากห่างมีชื่อ
ในภาษาอังกฤษว่า Asian Open Billed (Anastomus oscitans) เป็นนกที่อยู่ในอันดับ
นกกระสา ( Order Ciconiiformes ) และอยู่ในวงศ์นกกระสา ( Family Ciconiidae )
ในเมืองไทยมีนกในวงศ์นี้ 10 ชนิด หลายชนิดอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ และจากระยะเวลา
อันยาวนานที่ผ่านมานกเหล่านี้ไม่เคยมีประวัติการเป็นพาหะของโรคใด ๆ มาสู่คนเลย
ทั้งในแถบอินเดียบังคลาเทศหรือบ้านเรา

 
 

 
 


ลีลาจิกหาหอยในผืนนาที่เพิ่งพลิกดินขึ้นใหม่ ๆ 

 
 


             หากมีการตรวจพบไข้หวัดนกในนกปากห่างจริง ๆ ก็น่าจะมีกระบวนการที่ดีที่สุด
ในการแก้ปัญหา ในคราวที่มีไข้หวัดนกระบาดในฮ่องกง และฮอลแลนด์นั้นพวกเขาแก้ปัญหา
อย่างไร วิธีการที่เป็นสากลมีการคิดกำจัดนกอพยพที่คาดว่าเป็นพาหะด้วยหรือ
? เพราะนั่น
จะเท่ากับการทำลายระบบนิเวศที่ประเมินค่ามิได้ให้พังลง  ทั้งถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีหลักฐาน
ใด ๆ ระบุว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อจากนกในธรรมชาติโดยตรง เพราะการติดต่อต้องสัมผัสหรือจับ
นกที่ติดเชื้อ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะไปสัมผัสนกเหล่านี้อยู่แล้วโปรดมองนกเหล่านี้ด้วยสายตา
ของความรักความเข้าใจด้วยเถอะครับ...ก่อนที่คิดจะสั่งการใด ๆ


 
 

กลับหน้าแรก