สามร้อยยอด..ในวันไม่สิ้นฝน
เรื่อง-ถ่ายภาพ  พอพล นนทภา
พฤศจิกายน 2544

 
 

        ฝนที่ตกลงมากลางดึกปลุกให้ผมตื่น  เริ่มจากลมกรรโชกกระพือฟลายชีตกันฝน
จนดังน่ากลัว  จากนั้นไม่นานเม็ดฝนก็ดังเปาะแปะตามมาแล้วฝนก็กระหน่ำหนัก  ผม
เปิดไฟฉายส่องดูนาฬิกา ขณะนั้นเวลาเลยเที่ยงคืนมาเล็กน้อย ผมนอนกระสับกระส่าย
นึกรำคาญตัวเองที่เมื่อตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วมักหลับยากหากไม่เพลียจริงๆ
        ฝนยังคงกระหน่ำแม้ลมจะคลายความเกรี้ยวกราดลงไปแล้ว ผ่านไปพักใหญ่สาย
ฝนก็เพลาลงกลายเป็นเพียงเสียงพรำชวนให้นอนหลับฝัน  ผมเปิดไฟฉายอีกครั้งแล้ว
ส่องไปยังกระเป๋าเสื้อผ้า หยิบซาวด์อะเบ๊าท์ออกมา ใส่เทปม้วนที่กำลังชอบของพลพล
เข้าไปแล้วเปิดฟังเบาๆ  เพลงแรกเป็นเพลง"เพื่อวันที่ดีกว่า"ที่ฟังค้างไว้ เป็นเพลงใน
สไตล์คันทรี่ร็อคที่มีเนื้อหาแฝงความหมายดีๆแผ่วดังให้ได้ยิน
       "มีดีมีร้ายปนเปกันไปในชีวิต  ใครๆก็คิดจะมีแต่เรื่องดี
        มีดำมีขาวมีดาวเต็มฟ้า  ไม่ช้าก็ริบหรี่
        ให้พรุ่งนี้มีดวงตะวันโผล่ขึ้นมา...เพื่อรอให้ฟ้างาม"
       
ผมฟังผ่านไปหลายเพลงหรืออาจวนกลับมาเพลงเก่า  แต่ผมก็รู้สึกเคลิ้ม ความ
ง่วงกลับคืนมาอีกครั้งแต่ก่อนที่ผมจะหลับเนื้อเพลงท่อนหนึ่งจากเพลง
"ด้วยลมหายใจ"
ก็แว่วมาให้จดจำ

       "เส้นทางชีวิตของฉัน  ถึงแม้ว่ามันไม่โรยด้วยกลีบดอกไม้
        แต่มันเป็นทางที่ฉันเลือกเดินด้วยหัวใจ"

 
 


ในยามน้ำลดของบริเวณหาดซึ่งเป็นจุดดูนกชายเลน

 
 

        เช้าวันใหม่ท้องฟ้าสดใสจนเกินคาด  เมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติอะไรๆก็มักเกิด
ขึ้นได้เสมอ  เหมือนชีวิตหรือเปล่าที่บางครั้งเรื่องดีๆก็เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน
        หลังจากได้กาแฟดำรสเข้มมาดื่มดูเหมือนว่าชีวิตของวันใหม่ได้เริ่มเป็นจริงเป็น
จังขึ้นมาอีกครั้ง  ผมชวนเพื่อนๆออกเดินดูนกที่จุดดูนกชายเลนซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก  แต่
เพื่อนของผมที่บ้างก็นั่งเกากีต้าร์  บ้างนั่งสเก็ตต์ภาพธรรมชาติ  บ้างก็นั่งตาลอยมอง
ไปยังท้องฟ้าเหมือนคิดถึงคนรัก  คนทุกต่างพากันปฏิเสธเพราะกำลัง"อิน"กับอารมณ์
ของตัวเอง หรือเป็นเพราะยังรู้สึกล้ากันอยู่  ผมจึงคล้องกล้องสองตาแบกขาตั้งกล้องไว้
บนบ่าแล้วออกเดินเพียงลำพัง(โดยทิ้งเพื่อนอารมณ์ศิลปินไว้เบื้องหลัง)
       จุดดูนกชายเลนนั้นอยู่ไม่ห่างหาดสามพระยาซึ่งเป็นจุดกางเต๊นท์  เดินตามทาง
ราว300เมตรก็ถึง  เมื่อเดินผ่านป้อมปากทางเข้าหาดสามพระยาออกมาราว20เมตร
จะมีทางแยกซ้ายที่ทอดตัวสู่หาดเลน  เป็นระยะทางสั้นๆเหมาะที่จะเดินออกกำลังกาย
สูดอากาศดีในยามเช้า  ระหว่างทางยังมีนกทุ่งให้ดูหลายชนิด

        ณ.บริเวณหาดซึ่งเป็นจุดดูนกชายเลนในเช้านี้ดูไม่คึกคักนัก เพราะผมยังไม่เห็น
นกอีก๋อยฝูงใหญ่อย่างที่เคยเห็น  ยังมีอีกจุดที่อาจพบนกได้คือบริเวณหาดอันเงียบสงบ
หลังที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ห่างออกไป  ตอนบ่ายแก่ๆผมตั้งใจจะชวนเพื่อนไปที่นั่น
        ผมแบกกล้องเดินกลับหลังจากดูนกอยู่บริเวณนั้นได้ไม่นาน  ตามถนนเส้นเล็ก
นกทุ่งหลายชนิดดูสดชื่นกับยามเช้าที่สดใสเป็นพิเศษ  นกเด้าดินทุ่งกระโดดออกจาก
พุ่มข้างทางเมื่อผมเดินเข้าใก้ล  นกเอี้ยงหงอนส่งเสียงเจื้อยแจ้วเหมือนร้องทัก  ส่วน
นกจาบคาหัวสีส้มออกมาเกาะรั้วลวดหนามอวดขนสีเขียวส้มมันวับ
        แม้ผมจะเดินอย่างโดดเดี่ยวแต่ไม่รู้สึกเหงาเพราะยังมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้คอยเป็น
เพื่อน  รู้สึกโชคดีที่ได้มารู้จักกิจกรรมการดูนก  ได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีอากาศ
บริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในเมืองให้สูดจนเต็มปอด  แม้นกที่พบจะเป็นนกธรรมดาหาไม่ยาก
แต่ผมก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็น

 
 

 
 

นกเด้าดินทุ่งกระโดดมายืนหลบเมื่อผมเดินเข้าใกล้

 
 

        ชั่วอึดใจผมก็เดินเกือบถึงปากทางของถนนเส้นเล็กนี้  ใกล้ปากทางเข้าบริเวณ
ซ้ายมือจะเป็นกลุ่มพุ่มไม้เตี้ยของต้นชะคราม  พืชไม้เตี้ยที่มักขึ้นอยู่กับพื้นที่น้ำกร่อย
ใต้พุ่มนั้นเหมือนมีชีวิตหนึ่งเคลื่อนไหว ผมจึงย่อตัวลงแล้วคอยสังเกตดูอยู่อย่างเงียบๆ
ไม่นานเจ้าของร่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มก็ปรากฏกายให้ได้เห็น เกาะเด่นอยู่บนต้นชะ
ครามชั่วขณะแล้วจึงผลุบลงพุ่มอีก  เจ้าของชีวิตน้อยน่ารักนั้นคือนกยอดข้าวหางแพน
ลาย(Zitting Cisticola )นกประจำถิ่นที่มักพบได้ตามทุ่งทั่วประเทศ
แต่จะพบได้น้อย
ลงทางภาคอีสาน
        ผมไม่รอช้าที่จะกางขาตั้งกล้องให้เตี้ยในลักษณะนั่งย่อตัวถ่ายภาพ  ปรับโฟกัส
รอไว้บริเวณนั้น  แล้วนกก็โผล่ขึ้นอีกครั้งบนกิ่งใกล้กัน  ถ่ายไปสองภาพนกก็ผลุบเข้า
พุ่มตามเดิม

        ผมยังคงนั่งนิ่งรอถ่ายภาพต่อไป....จากตรงทางแยกที่เห็นแต่แรกพ่อแม่ที่กำลัง
เดินทิ้งระยะตามหลังลูกชายเคลื่อนใกล้เข้ามาทุกที เด็กชายค่อยๆปั่นจักรยานคันเล็ก
ที่ยังดูว่ายังขี่ไม่คล่องมุ่งตรงมา เมื่อถึงตัวผมเด็กชายหยุดรถแล้วกล่าวทักทาย
       "สวัสดีครับคุณลุง  คุณลุงกำลังถ่ายภาพอะไรครับ"
       "ถ่ายภาพนกอยู่ลูก"  ผมตอบเด็กชาย  
แล้วพ่อแม่เด็กที่เดินตามมาห่างๆก็เข้ามาถึง  เรายิ้มทักกัน
       "ถ่ายนกอะไรอยู่ครับ" ผู้เป็นพ่อเด็กถาม
       "นกยอดข้าวหางแพนลายครับ" ผมตอบ
       "อ๋อ..ผมเพิ่งเจอตัวนึงตรงแถวป้อมทางเข้าน่ะครับ" ชายหนุ่มพูด
       "นกตัวที่เจอเมื่อกี๊เหรอคะ"  หญิงสาวหันไปพูดกับชายหนุ่มผู้เป็นคนรัก
       "อยู่พุ่มตรงนั้นครับ" ผมชี้ให้ดู
       "รออีกหน่อยเดี๋ยวคงขึ้นมา"  ผมบอกชายหนุ่ม
       "ผมว่าเดี๋ยวผมไปดูนกที่จุดดูนกชายเลนก่อนดีกว่าครับ " ชายหนุ่มพูดขอตัว
       " ไปก่อนนะครับ" 
       "ไปก่อนนะครับคุณลุง"  เด็กชายหันมายิ้มแล้วกล่าวลา
         เรายิ้มให้กันแล้วสามพ่อแม่ลูกก็มุ่งไปตามถนน  ชายหนุ่มแบกขาตั้งติดสโคป
หญิงสาวสะพายกล้องสองตาและถือคู่มือดูนก ส่วนเด็กชายปั่นจักรยานคันเล็กนำหน้า
ไปห่างๆผมจำได้ว่าครอบครัวนี้กางเต๊นท์โดมหลังโตอยู่ข้างรถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นใหม่
อยู่ไม่ห่างจากกลุ่มของผมนัก  คงหลงกลธรรมชาติแบบพวกเราที่ไม่คาดคิดว่าช่วง
ปลายเดือนตุลาคมเช่นนี้จะยังมีฝนหลงอยู่  แต่ฝนที่ตกลงมาซู่หนึ่งเมื่อคืนกลับทำให้
เช้านี้ชุ่มชื่นแจ่มใส  พื้นถนนที่เหยียบย่างก็นุ่มเท้ากว่าที่เคยเป็น

 
 


นกยอดข้าวหางแพนลายขึ้นมาอวดตัวบนพุ่ม

 
 

        นกโผล่ออกมาเกาะที่ยอดพุ่มอีกครั้ง  เพียงชั่วอึดใจก็ผลุบเข้าไปในพงหญ้าอีก
คราวนี้ผมละสายตามองไปยังสามพ่อแม่ลูกซึ่งขณะนี้อยู่ห่างออกไปทุกที  ตรงนั้นเป็น
ดินอ่อนจึงเป็นร่องหลุมล้ออยู่สองข้าง  เด็กชายกำลังทรงตัวเลี้ยงจักรยานไปตามร่อง
แคบ  เกือบสำเร็จ รถผ่านร่องแคบไปได้แต่ซวนเซแล้วรถจักรยานก็ล้มลง  ผมเห็นผู้
เป็นแม่จะวิ่งไปช่วยแต่ผู้เป็นพ่อรั้งมือไว้
        ชายหนุ่มคงเห็นการล้มของลูกชายไม่รุนแรงน่าเป็นห่วง  และเด็กชายก็ลุกขึ้น
มาอย่างรวดเร็ว เอามือปัดส่วนที่เปื้อนดินแล้วหันกลับมายิ้มยังพ่อแม่  นั่งลงบนเบาะ
ตามเดิมแล้วปั่นจักรยานต่อไปอย่างมั่นคง
        ผมหันกลับมามีสมาธิกับนกอีกครั้ง  ใกล้กับจุดเดิมที่นกยอดข้าวหางแพนลาย
ขึ้นมาเกาะ  ใต้พุ่มตรงนั้นเหมือนมีบางสิ่งเคลื่อนไหว  ครู่หนึ่งสิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็ขึ้นมา
เกาะบนกิ่ง  แต่คราวนี้กลับไม่ใช่นกตัวเดิมแต่เป็นนกยอดหญ้าหัวดำ( Stonechat )
ดูจากลักษณะขนแล้วเป็นนกที่ยังโตไม่เต็มวัย ยังเป็น"นกเด็ก" นกเกาะให้ผมได้ถ่าย
ภาพเพียงสามภาพก่อนจะบินไปหากินยังพุ่มอื่นที่ไกลออกไป

 
 


นกยอดหญ้าหัวดำที่ยังโตไม่เต็มวัย(นกเด็ก) จะมีลักษณะคล้ายนกตัวเมียที่โตเต็มวัยแล้วแต่นกตัวเมีย
ที่โตเต็มวัยจะปรากฏแถบสีขาวตรงส่วนปีกด้านข้างลำตัว (white wing-patch) และส่วนคอจะเป็นสีขาวที่
ชัดเจนกว่า เมื่อมองรวมๆน่าจะเป็นนกตัวเมียที่ใก้ลจะโตเต็มวัย

 
 

        ปกติหากพบนกชนิดนี้ในเมืองไทยแล้วแทบทั้งหมดจะเป็นนกอพยพ เพราะนก
ชนิดนี้มีแหล่งทำรังวางไข่กระจายกว้างขวางในทวีปเอเชีย  เช่นทางตอนใต้ของจีน
ซึ่งรวมทั้งทางตอนเหนือสุดของไทยบางส่วน ขึ้นไปจนถึงเขตพาลีอาร์คติก มีทั้งใน
อินเดีย เกาหลี ทางตอนเหนือของปากีสถาน และที่อื่นๆโดยรังจะทำเป็นรูปถ้วยอยู่กับ
พื้น  ตามซอกหิน บนที่ราบแปลงผักของเกษตรกร  ขึ้นไปถึงระดับความสูง2470 ม.
        แม้จะไม่ใช่นกน้ำแต่ในเมืองไทยนกชนิดนี้ก็จัดเป็นนกอพยพอีกชนิดหนึ่ง นกที่
แรกเกิดหลังจากถูกฟูมฟักจากพ่อแม่จนสามารถบินได้  หลังจากนั้นนกจะเรียนรู้การ
ดำรงชีวิตด้วยตัวเอง  เมื่อฤดูหนาวมาเยือนเมื่อนั้นนกจำเป็นต้องอพยพย้ายถิ่นลงใต้
แม้จะยังเป็น"นกเด็ก"อยู่ก็ตาม  เป็นก้าวแรกของการเดินทางสู่โลกกว้างอย่างโดด
เดี่ยว  นกจะค่อยๆซึมซับประสบการณ์ชีวิต การหาอาหาร การหลบหลีกจากศัตรู เพื่อ
ให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง

 
 


สามร้อยยอดในวันที่ยังไม่สิ้นฝน

 
 

        ผมมองตามนกน้อยตัวนั้นซึ่งกำลังยืนเกาะอยู่บนยอดพุ่มที่ไกลออกไป  เมื่อมอง
ในช่องมองภาพ นกดูมีขนาดเล็กเกินกว่าจะถ่ายให้สวยได้  ผมหันกลับมามองไปตาม
ถนน พ่อแม่ลูกทั้งสามดูห่างไกลออกไปทุกที
        เหตุการณ์เมื่อครู่ขณะที่เด็กชายทำจักรยานล้มลงแล้วรีบลุกขึ้น  เด็กน้อยกำลัง
เรียนรู้ถึงปัญหาและการแก้ไข  บางทีการล้มลงเด็กอาจเจ็บบ้างแต่เด็กชายคงซ่อน
ความรู้สึกนั้นไว้เพื่อแสดงความเข้มแข็ง การรู้จักช่วยตัวเองให้พ่อแม่ที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ
ให้ได้เห็น  เด็กชายกำลังถูกฟูมฟักให้มีความกล้าและมั่นใจในแต่ละก้าวย่างตนเอง
เมื่อโตขึ้นเขาจะเป็นชายหนุ่มที่เชื่อมั่นในแนวคิดและมั่นใจในเส้นทางที่ตนเองเลือก
....ผมหวังเช่นนั้น

       ผมหันกลับมองไปยังนกเด็กอีกครั้ง  ขณะนั้นนกยังคงเกาะเด่นทรงตัวนิ่งอยู่บน
ยอดพุ่มแม้ลมที่พัดมาจะโยกจนกิ่งสั่นไหวก็ตาม  ผมมองไปยังเด็กชายที่กำลังปั่น
จักรยานไปอย่างมั่นคงตามถนนสายเล็ก ภาพนั้ดูไกลห่างออกไปทุกที รอบตัวผมขณะนี้
มีเพียงความเงียบและสายลมที่พัดพาความเย็นมาต้องกายบอกให้ผมรู้ว่าอีกไม่นานฤดู
หนาวกำลังจะมาเยือน และกับสายลมเย็นคล้ายมีบทเพลงหนึ่งแว่วตามมา เป็นบทเพลง
ที่ผมได้ฟังกลางดึกในคืนฝนพรำ
      "เส้นทางชีวิตของฉัน  ถึงแม้ว่ามันไม่โรยด้วยกลีบดอกไม้
       แต่มันเป็นทาง ที่ฉันเลือกเดินด้วยหัวใจ....

 
 

BACK (กลับห้องเรื่องสั้น)
HOME 

 


Get your Free Advertising...for Thai web sites only!