เจ้าบ่าวในสูทดำกับงานแต่ง
เรื่อง/ภาพ พอพล นนทภา
เขียน  เมษายน 2545

 
 

1.

 
 

        ผมจำได้แม่นว่าในหน้าร้อนปลายเดือนเมษายนปีนั้นมีงานแต่งงานของคนที่ผมรู้จัก
ที่จำได้เพราะผมไม่เคยไปงานแต่งของใครในหน้าร้อนมาก่อน  แต่ก็นั่นแหละบางทีฤกษ์-
งามยามดีก็มาแบบฉุกละหุกและมักไม่เลือกวันเวลา  ดูเหมือนว่างานแต่งงานสมัยนี้จะมี
กันได้ในทุกเดือนแต่มักชุกชุมในช่วงหนาวเสียมากกว่า

        สมชัยหรือเจ้าชัย  น้องชายที่มักคุ้นโทรมาบอกข่าวดีกับผมเพียงสัปดาห์เดียวก่อนที่
เขาจะได้ฤกษ์วิวาห์กับนวล ลูกสาวชาวสวนแห่งบางคนฑีสมุทรสงครามที่เข้ามาเรียนหนัง-
สือในกรุงเทพจนจบมหาวิทยาลัย ชัยบอกมาตามสายแกมบังคับว่ายังไงผมก็ต้องไปให้ได้
ในฐานะที่รู้จักดีทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว  เขาบอกจะโทรชวนเพื่อนทุกคนให้ไปกันให้พร้อม
แต่เมื่อผมถามว่าจะชวนสุวิทย์ไปด้วยหรือเปล่า..เขากลับนิ้งอึ้ง

 
 

2.

 
 

        เรื่องนี้เป็นเรื่องรักสามเส้าที่เพื่อนๆในกลุ่ม6-7คนนี้รู้ดีว่านวลนั้นชอบสุวิทย์และคบ
กันมาก่อน  แต่วิทย์นั้นจะว่าไปก็ค่อนข้างหล่อและเก่ง  เพื่อนในกลุ่มรู้ดีว่าเขานั้นคบเพื่อน
ผู้หญิงอีกสองคนในคราวเดียวกันจนดูเหมือนเขาไม่ใส่ใจนวลเท่าที่ควรทั้งที่เพื่อนก็คอย
เตือน  ส่วนชัยนั้นหุ่นออกจะอวบๆเหมือนเสี่ย สวมแว่นและไม่ค่อยแต่งตัวต่างจากวิทย์ 
        สำหรับนวลในสายตาของผมแล้วเธอน่ารักแบบซื่อๆในความรู้สึกของผมเธอไม่ค่อย
เหมาะกับวิทย์ที่ชอบผู้หญิงเปรี้ยวหรอก ที่เป็นเช่นนั้นอาจเพราะเธอมีพื้นเพเป็นสาวชาว
สวนก็เป็นได้  แต่ว่าบ้านสวนของเธอก็เป็นสถานที่ที่ชวนประทับใจ จนใครบางคนเอ่ยปาก
        เพราะว่า..ครั้งหนึ่งพวกเราเคยไปสังสรรค์กันที่ศาลาริมคลองอันร่มรื่นที่บ้านของพ่อ
แม่นวล เป็นบ้านสวนที่อยู่ชิดกับลำคลองสะอาด มองเห็นเรือชาวบ้านผ่านไปลำแล้วลำเล่า
เป็นบรรยากาศที่หาได้ไม่ง่ายนัก  สุวิทย์ชายที่นวลหมายปองมีท่าทีชอบแต่ก็ดูไม่ตื่นเต้น
จนออกนอกหน้าเหมือนชัยที่นอกจากจะได้มีโอกาสไห้วพ่อแม่ของนวลอย่างเป็นทางการ
แล้ว เขายังถือโอกาสลงไปลอยคอดำผุดดำว่ายในลำคลองแต่เพียงผู้เดียว ดูชัยตื่นเต้นราว
กับเด็กและรู้สึกจะชอบที่นี่เป็นพิเศษถึงขนาดกระซิบกับผมว่า
       "พี่..ที่นี่เหมือนวิมานในฝันของผมเลย"

        สองเดือนหลังจากไปเที่ยวบ้านนวลในคราวนั้นพวกเราก็ได้มีโอกาสนัดพบกันอีกที่
ร้านอาหารแห่งหนึ่งในยามค่ำ  ครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งที่วิทย์ดูเฉยๆกับนวลเหมือนเดิม
แตกต่างอยู่เพียงว่านวลนั้นพูดจาสนิทสนมกับชัยมากขึ้น  แต่เธอก็ยังนั่งเคียงข้างอยู่กับ
วิทย์ ที่ดูจะมีความสุขอยู่กับการได้คุยสนุกกับเพื่อนๆมากกว่าที่จะสนใจกับคนที่นั่งอยู่ข้าง
กาย..ผมจับแววตาน้อยใจของนวลได้หลายครั้ง
        วันนั้นเรานั่งพูดคุยกันจนกระทั่งสี่ทุ่ม  นวลขอตัวกลับเพราะเห็นว่าดึกและฝนทำท่า
จะตก  แต่วิทย์ยังคงติดลมอยู่กับเพื่อนๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะเดินไปส่งอย่างเคย อาจเพราะ
เห็นว่าป้ายรถอยู่ไม่ห่างจากร้านนัก
        ผมจำได้แม่นว่า ตอนนวลลุกขึ้นนั้นมือของเธอเผลอไปปัดเอาแก้วเครื่องดื่มของวิทย์
หล่นกระแทกพื้นแตก เด็กเสิร์ฟรีบเดินมาเก็บกวาดและเช็ดพื้น ผมเห็นเศษแก้วที่แตก
เกลื่อนกองอยู่ในที่ตักขยะแล้วมองเห็นภาพบางสิ่ง..หรือนี่คือรอยแตกร้าวที่ไม่มีวันประสาน
อีกต่อไป
        นวลขอโทษในความซุ่มซ่ามของเธอแล้วเดินออกจากร้านอย่างเดียวดาย  ส่วนชัยมี
อาการร้อนรนเขาคงนึกสงสารอยากเดินไปส่งแต่คงเกรงใจวิทย์  หลังจากนั้นผมเห็นชัยนั่ง
ร่วมวงอย่างไม่ค่อยเป็นสุขนัก  มักเหม่อมองแล้วคิดถึงอะไรบางอย่าง ครั้งหนึ่งชัยพูดแผ่ว
เบากับผมว่าเขานั้นสงสารนวลจับใจ ต่างกับวิทย์ที่ยังฮาเฮกับผองเพื่อนเหมือนว่าไม่มีอะไร
เกิดขึ้นในชีวิต

 
 

 
 

แรกที่เห็นนกหลบอยู่หลังพุ่มไม้
--นกทะเลขาแดงลายจุด(Common Redshank)ในช่วงผลัดขนสู่ขนชุดผสมพันธุ์--

 
 

3.

 
 

        ผมขับรถมุ่งสู่งานแต่งตั้งแต่เช้า เป้าหมายอยู่ที่บ้านสวนของนวลหรือ"วิมานในฝัน"
ของชัยที่บางคนฑีแห่งสมุทรสงคราม ขบวนขันหมากจะเริ่มตั้งแต่เช้าจนกระทั่งไปเลี้ยง
โต๊ะจีนในช่วงหลังเพล  และเส้นทางสู่งานนั้นจะต้องผ่านเวิ้งนาเกลือสมุทรสาครที่ที่ผมมัก
หาโอกาสมาดูนกชายเลนอยู่เสมอ ผมคงอดใจไม่ได้ที่จะแวะดูนก แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลา
มากนักผมคงดูนกที่นาเกลือบ้านรางจันทร์เพียงแห่งเดียวเพราะสะดวกกว่า ในช่วงปลาย
เดือนเมษาเช่นนี้นกชายเลนกำลังอยู่ในช่วงผลัดขนเป็นขนชุดผสมพันธุ์ที่ดูสดใสแปลกตา
และบางทีผมอาจได้พบกับเขา"เจ้าบ่าวในสูทดำ"
        และดูเหมือนผมจะโชคดีเกินคาดเพราะเพียงผมเลี้ยวรถเข้าปากทางถนนลูกรัง
สูบ้านรางจันทร์ได้ไม่ถึง20เมตรผมก็สังเกตเห็นนกสีดำตัวหนึ่งยืนหลบอยู่หลังพุ่มทาง
ด้านขวาของถนน  ผมรีบจอดรถชิดซ้าย ทำตัวให้นิ่งค่อยๆหยิบกล้องสองตาส่องหาและ
ผมก็พบเขา"เจ้าบ่าวในสูทสีดำ"เข้าจนได้  นกมีทีท่าระแวง ผมจึงเคลื่อนตัวให้ช้าแล้ว
เปิดประตูออก วางขาตั้งกล้องลงบนถนนแล้วใช้ประตูบังไว้ส่วนหนึ่ง ผมถ่ายภาพได้เพียง
สามภาพนกก็บินห่างออกไปรวมกลุ่มกับนกอีกตัวหนึ่ง  หรือบางทีอาจเป็นคู่ของมัน
ผมถ่ายไปอีกหลายภาพก่อนที่นกจะตกใจบินหนีชาวบ้านที่เดินผ่านมา

 
 

 
 

บินมารวมกลุ่มกับนกอีกตัว

 
 

        ผมจึงขับรถตามถนนขรุขระมุ่งสู่ชายทะเลบ้านรางจันทร์ที่ลึกเข้าไปไม่ถึง 3กม.
แม้ปลายเดือนเมษานกจะไม่มากนักเพราะส่วนใหญ่อพยพกลับไปก่อนหน้าแต่บรรยากาศ
ยามเช้าในสถานที่ปลอดโปร่งเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกดี  ผมกลับรถที่ชายทะเลรางจันทร์แล้วขับ
กลับออกมา  รถวิ่งโขลกเขลกไปตามถนนที่เป็นหลุมบ่อไปจนถึงปากทาง ผมหันไปมอง
ผืนนาด้านซ้ายแต่ก็ไร้วี่แววว่าที่เจ้าบ่าวตัวนั้นที่คงหลบไปหากินห่างออกไป  และในเร็ววัน
มันก็คงบินกลับไป"แต่งงาน"กับคู่ของมันทางตอนเหนือของทวีป......นกกำลังจะกลับไป
แต่งงานส่วนผมกำลังมุ่งหน้าสู่งานแต่ง

 
     
     
 

BACK (กลับห้องเรื่องสั้น)


Get your Free Advertising...for Thai web sites only!