นกปริศนาแห่งทุ่งรามอินทรา

เรื่อง/ภาพ      พอพล  นนทภา
เขียน-ก.ย.2543

         เช้าวันหนึ่งในช่วงวันหยุดของเดือนกรกฎาคม2538
ผมขับรถออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อออกดูนกทุ่งในละแวก
นั้นตามปกติ  บ้านพักของผมอยู่ราวกึ่งกลางจากถนนราม-
อินทราสู่ซาฟารีเวิล์ด     เวลานั้นสภาพถนนหนทางยังไม่ดี
ดังเช่นทุกวันนี้และนกทุ่งดีๆก็มีให้ดูมากมายแม้จะซ้ำชนิด
แต่ก็ดูไม่เบื่อ   ช่วงหน้าน้ำเช่นนี้ต้นข้าวจะเขียวขจีอยู่เต็ม
ท้องทุ่ง   ภาพนกยางเปียฝูงใหญ่ขับสีขาวสะอาดตัดกับสีของ
ต้นข้าวในผืนนาเป็นภาพที่ดูไม่เบื่อ ผมหมุนกระจกลงแล้ว 
ปิดแอร์ ลมทุ่งพัดเอื่อย  อากาศดีๆถูกสูดเข้าเต็มปอด
             ผมขับรถไปเรื่อยตามเส้นทางที่เคยชิน  เบื้องหน้า
ไกลออกไปผมเห็นนกขนาดใหญ่บินผ่านถนนข้ามป่าละเมาะ
หายไปด้านหลังกลุ่มต้นไม้ใหญ่   บนฟ้าสูงขึ้นไปนกปากห่าง
กำลังพากันตีวง   พร้อมจะลงสู่ผืนนาที่เพิ่งถูกพลิกดินที่ไหน
สักแปลง    หอยโข่งอาหารอันโอชะกำลังรอคอยอยู่ด้านล่าง
            ผมเลี้ยวรถลงสู่ถนนลูกรังตามทิศทางที่เห็นนกร่อน
ลง   รถมาจอดตรงถนนสายเปลี่ยวแต่เขียวขจี  ในแปลงนา
ไกลออกไปนกกลุ่มนั้นกำลังหากินกันสนุก   ผมยกกล้อง
สองตากำลังขยายขนาดแปดเท่าขึ้นส่อง   พบนกปากห่างซึ่ง
ปกติจะพบบ่อยแต่กลับมีเพียง4-5ตัวในกลุ่มนั้น  น่าแปลก
ใจว่ากลุ่มใหญ่ที่เห็นกลับเป็นนกกาบบัว   ซึ่งผมไม่เคยพบ-
เห็นในบริเวณนี้มาก่อนตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผมมาอาศัย
อยู่ละแวกน ี้เมื่อผมกวาดกล้องส่องไปรอบ ๆ ผมก็พบกับสิ่ง
ที่น่าแปลกใจขึ้นไปอีกเมื่อพบนกช้อนหอยปะปนอยู่อีก 2ตัว
เอาละสิครับนกช้อนหอยมาได้อย่างไร   ถ้าใช่นี่จะเป็นราย-
งานพื้นที่หากินใหม่ของนกช้อนหอยขาวเลยทีเดียว
          เมื่อผมดูให้ละเอียดขึ้นผมพบว่าขนส่วนหางของนก
ช้อนหอยนั้นเป็นสีดำสนิทต่างจากในหนังสือ   A guide to
the birds of Thailand ของมอบุญส่งและฟิลราวน์ ความสับสน
เกิด ขึ้นในใจอาจเป็นนกที่โตไม่เต็มวัย หรือเป็นชนิดย่อย 
หรือ..หรือ หรือ ..!
          สิ่งที่ผมคิดต่อมาก็คือจะถ่ายภาพพวกเขาได้อย่างไร
ระยะขนาดนั้นเลนส์ 500 มม.ที่มีอยู่เมื่อสอ่งดูตัวนิดเดียว
ถ้าขืนเดินดุ่ม ๆ เข้าไปถ่ายไม่ดีแน่ นอกจากจะสร้างความ
ตกใจจนพากันบินหนีแล้ว ยังรบกวนการหากินอีกต่างหาก
คงต้องใช้วิธีเดิมคือเอาผ้าลายพรางคลุมแล้วย่อง ๆ หยุด ๆ
เข้าหาทีละนิด แต่วิธีนี้เมื่อยน่าดูเชียวครับ
         เวลาผ่านไป.ผมเข้าใกล้ฝูงนกจนน่าพอใจผมเริ่มเก็บ
ภาพพวกเขาลงฟิล์มอย่างใจเย็น   ผมพบว่ามีนกช้อนหอย
ปริศนาบินมาสมทบอีก 2 ตัวรวมเป็น4ตัว   พวกมันต่างตั้ง
หน้าหากินบนผืนนาชุ่มน้ำ
                                             
      
หลังจากนำฟิล์มไปล้างผมก็โทรศัพท์หาพี่ที่คุ้นเคยกัน
คนหนึ่ง   แกดูนกมานาน     หนังสือต่างประเทศหลายเล่ม
ถูกพลิกขึ้นมาดูจนพบว่านกปริศนาของผมก็คือ   "Sacred
Ibis" นกเฉพาะถิ่นทางทวีปอัฟริกา   เป็นไปไม่ได้แน่นอน
ที่จะพบในกรุงเทพต้องเป็น "นกหลุด" แน่ๆเมื่อแกรู้ว่า
จุดที่ผมพบนกอยู่ห่างจากซาฟารีเวิลด์4 กม.แกเลยแนะนำ
ให้ผมลองขับรถเข้าไปดูในซาฟารีเวิลด์อีกที
    
      
เสาร์ถัดมาผมขับรถเข้าไปดูในซาฟารีเวิลด์แล้วความ-
จริงก็ปรากฎ   ผ่านจุดซื้อตั๋วไปไม่ไกลฝูงนกกาบบัวยืนเกาะ-
กลุ่มกันสลอนอยู่ริมบ่อน้ำ   เหมือนจะยืนต้อนรับการมาของ
ผมพร้อมกับจะบอกว่า "ที่พี่เห็นน่ะพวกผมเองพี่" ที่ริมบ่อ
อีกด้านเป็นป่าละเมาะ ผมพบนกยางเปียและนกแขวกทำรัง
ปนกันกลุ่มใหญ่   
        เมื่อผมขับรถลึกเข้าไปอีกก็พบกับนกช้อนหอย Sacred
Ibis นกปริศนาของผม2ตัวปนอยู่ในรั้วที่มีนกเงือกชนิดหากิน
บนพื้นดินและนกอัฟริกาอื่นๆปนอยู่ ที่จริงแล้วผมน่าจะเห็น
นกช้อนหอยทั้งหมด4ตัวครบตามจำนวนที่พบในวันแรก อาจ
เป็นไปได้ว่าพวกมันกำลังหากินอยู่ในผืนนาที่ไหนสักแปลง
ด้านนอกซาฟารีเวิลด์ ....ปริศนาทั้งหมดของผมได้ถูกไขให้
รู้แจ้งแล้วในวันนั้น
        หลังจากนั้นผมมักพบนกช้อนหอยกลุ่มนี้อยู่เสมอในท้องทุ่ง
แถบนั้นส่วนใหญ่จะหากินปนกับนกปากห่าง วันดีคืนดีเห็นบิน
คู่อยู่กับนกยางริมถนนรามอินทราหน้าตาเฉย 

      
      
ผมย้ายที่อยู่อาศัยออกจากทุ่งรามอินทราในอีกปีกว่าต่อมา
และผมแทบไม่ได้กลับไปดูนกที่นั่นอีกเลยถนนที่ดีขึ้นรถราที่มาก
ขึ้น พื้นที่นาที่ลดน้อยลง อาจกำลังบีบพื้นที่หากินของพวกมันให้
อยู่ในบริเวณที่แคบมากขึ้นหรืออาจจำกัดให้อยู่แต่เฉพาะในซาฟา-
รีเวิลด์ สำหรับผมแล้วแม้จะผ่านมาหลายปีแต่ปริศนา Sacred Ibis
แห่งท้องทุ่งรามอินทร
นั้น ยังคงเป็นความรู้สึกดีๆในใจผมเสมอ

 


ภาพแรกที่เห็นนกปริศนา(ด้านล่างของเสาที่ปักกลางนา)


สภาพพื้นที่หากิน


 เห็นส่วนหางสีดำชัดเจน


อีกครั้งที่พบเห็น

back(กลับห้องเรื่องสั้น)