|
เช้าวันหนึ่งในช่วงวันหยุดของเดือนกรกฎาคม2538
ผมขับรถออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อออกดูนกทุ่งในละแวก
นั้นตามปกติ
บ้านพักของผมอยู่ราวกึ่งกลางจากถนนราม-
อินทราสู่ซาฟารีเวิล์ด
เวลานั้นสภาพถนนหนทางยังไม่ดี
ดังเช่นทุกวันนี้และนกทุ่งดีๆก็มีให้ดูมากมายแม้จะซ้ำชนิด
แต่ก็ดูไม่เบื่อ
ช่วงหน้าน้ำเช่นนี้ต้นข้าวจะเขียวขจีอยู่เต็ม
ท้องทุ่ง
ภาพนกยางเปียฝูงใหญ่ขับสีขาวสะอาดตัดกับสีของ
ต้นข้าวในผืนนาเป็นภาพที่ดูไม่เบื่อ
ผมหมุนกระจกลงแล้ว
ปิดแอร์ ลมทุ่งพัดเอื่อย
อากาศดีๆถูกสูดเข้าเต็มปอด
ผมขับรถไปเรื่อยตามเส้นทางที่เคยชิน
เบื้องหน้า
ไกลออกไปผมเห็นนกขนาดใหญ่บินผ่านถนนข้ามป่าละเมาะ
หายไปด้านหลังกลุ่มต้นไม้ใหญ่
บนฟ้าสูงขึ้นไปนกปากห่าง
กำลังพากันตีวง
พร้อมจะลงสู่ผืนนาที่เพิ่งถูกพลิกดินที่ไหน
สักแปลง
หอยโข่งอาหารอันโอชะกำลังรอคอยอยู่ด้านล่าง
ผมเลี้ยวรถลงสู่ถนนลูกรังตามทิศทางที่เห็นนกร่อน
ลง
รถมาจอดตรงถนนสายเปลี่ยวแต่เขียวขจี
ในแปลงนา
ไกลออกไปนกกลุ่มนั้นกำลังหากินกันสนุก
ผมยกกล้อง
สองตากำลังขยายขนาดแปดเท่าขึ้นส่อง
พบนกปากห่างซึ่ง
ปกติจะพบบ่อยแต่กลับมีเพียง4-5ตัวในกลุ่มนั้น
น่าแปลก
ใจว่ากลุ่มใหญ่ที่เห็นกลับเป็นนกกาบบัว
ซึ่งผมไม่เคยพบ-
เห็นในบริเวณนี้มาก่อนตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผมมาอาศัย
อยู่ละแวกน
ี้เมื่อผมกวาดกล้องส่องไปรอบ ๆ
ผมก็พบกับสิ่ง
ที่น่าแปลกใจขึ้นไปอีกเมื่อพบนกช้อนหอยปะปนอยู่อีก
2ตัว
เอาละสิครับนกช้อนหอยมาได้อย่างไร
ถ้าใช่นี่จะเป็นราย-
งานพื้นที่หากินใหม่ของนกช้อนหอยขาวเลยทีเดียว
เมื่อผมดูให้ละเอียดขึ้นผมพบว่าขนส่วนหางของนก
ช้อนหอยนั้นเป็นสีดำสนิทต่างจากในหนังสือ
A guide to
the birds of Thailand
ของมอบุญส่งและฟิลราวน์
ความสับสน
เกิด ขึ้นในใจอาจเป็นนกที่โตไม่เต็มวัย
หรือเป็นชนิดย่อย
หรือ..หรือ หรือ ..!
สิ่งที่ผมคิดต่อมาก็คือจะถ่ายภาพพวกเขาได้อย่างไร
ระยะขนาดนั้นเลนส์ 500
มม.ที่มีอยู่เมื่อสอ่งดูตัวนิดเดียว
ถ้าขืนเดินดุ่ม ๆ
เข้าไปถ่ายไม่ดีแน่
นอกจากจะสร้างความ
ตกใจจนพากันบินหนีแล้ว
ยังรบกวนการหากินอีกต่างหาก
คงต้องใช้วิธีเดิมคือเอาผ้าลายพรางคลุมแล้วย่อง
ๆ หยุด ๆ
เข้าหาทีละนิด
แต่วิธีนี้เมื่อยน่าดูเชียวครับ
เวลาผ่านไป.ผมเข้าใกล้ฝูงนกจนน่าพอใจผมเริ่มเก็บ
ภาพพวกเขาลงฟิล์มอย่างใจเย็น
ผมพบว่ามีนกช้อนหอย
ปริศนาบินมาสมทบอีก 2
ตัวรวมเป็น4ตัว พวกมันต่างตั้ง
หน้าหากินบนผืนนาชุ่มน้ำ
หลังจากนำฟิล์มไปล้างผมก็โทรศัพท์หาพี่ที่คุ้นเคยกัน
คนหนึ่ง แกดูนกมานาน
หนังสือต่างประเทศหลายเล่ม
ถูกพลิกขึ้นมาดูจนพบว่านกปริศนาของผมก็คือ
"Sacred
Ibis" นกเฉพาะถิ่นทางทวีปอัฟริกา
เป็นไปไม่ได้แน่นอน
ที่จะพบในกรุงเทพต้องเป็น
"นกหลุด" แน่ๆเมื่อแกรู้ว่า
จุดที่ผมพบนกอยู่ห่างจากซาฟารีเวิลด์4
กม.แกเลยแนะนำ
ให้ผมลองขับรถเข้าไปดูในซาฟารีเวิลด์อีกที
เสาร์ถัดมาผมขับรถเข้าไปดูในซาฟารีเวิลด์แล้วความ-
จริงก็ปรากฎ
ผ่านจุดซื้อตั๋วไปไม่ไกลฝูงนกกาบบัวยืนเกาะ-
กลุ่มกันสลอนอยู่ริมบ่อน้ำ
เหมือนจะยืนต้อนรับการมาของ
ผมพร้อมกับจะบอกว่า
"ที่พี่เห็นน่ะพวกผมเองพี่"
ที่ริมบ่อ
อีกด้านเป็นป่าละเมาะ
ผมพบนกยางเปียและนกแขวกทำรัง
ปนกันกลุ่มใหญ่
เมื่อผมขับรถลึกเข้าไปอีกก็พบกับนกช้อนหอย
Sacred
Ibis
นกปริศนาของผม2ตัวปนอยู่ในรั้วที่มีนกเงือกชนิดหากิน
บนพื้นดินและนกอัฟริกาอื่นๆปนอยู่
ที่จริงแล้วผมน่าจะเห็น
นกช้อนหอยทั้งหมด4ตัวครบตามจำนวนที่พบในวันแรก
อาจ
เป็นไปได้ว่าพวกมันกำลังหากินอยู่ในผืนนาที่ไหนสักแปลง
ด้านนอกซาฟารีเวิลด์
....ปริศนาทั้งหมดของผมได้ถูกไขให้
รู้แจ้งแล้วในวันนั้น
หลังจากนั้นผมมักพบนกช้อนหอยกลุ่มนี้อยู่เสมอในท้องทุ่ง
แถบนั้นส่วนใหญ่จะหากินปนกับนกปากห่าง
วันดีคืนดีเห็นบิน
คู่อยู่กับนกยางริมถนนรามอินทราหน้าตาเฉย
ผมย้ายที่อยู่อาศัยออกจากทุ่งรามอินทราในอีกปีกว่าต่อมา
และผมแทบไม่ได้กลับไปดูนกที่นั่นอีกเลยถนนที่ดีขึ้นรถราที่มาก
ขึ้น พื้นที่นาที่ลดน้อยลง
อาจกำลังบีบพื้นที่หากินของพวกมันให้
อยู่ในบริเวณที่แคบมากขึ้นหรืออาจจำกัดให้อยู่แต่เฉพาะในซาฟา-
รีเวิลด์
สำหรับผมแล้วแม้จะผ่านมาหลายปีแต่ปริศนา
Sacred Ibis
แห่งท้องทุ่งรามอินทรานั้น ยังคงเป็นความรู้สึกดีๆในใจผมเสมอ
|

ภาพแรกที่เห็นนกปริศนา(ด้านล่างของเสาที่ปักกลางนา)
|