| |
|
|
| |
หญิงสาว
ชายหนุ่ม และนกปากห่าง
เรื่อง/ถ่ายภาพ
พอพล นนทภา
เขียน ธันวาคม 2544
|
|
| |
วันนี้ชายหนุ่มมาดูนกที่นี่เพียงลำพัง
จากหอดูนกชั้นสามเขาเหม่อมองไปทาง
ทิศเหนือ
ใจหวนคำนึงถึงเรื่องราวเมื่อสองปีก่อนเมื่อครั้งแรกที่รู้จักหญิงสาวของเขา
ใหม่ๆ
ครั้งนั้นเขาเคยพาเธอมาที่นี่
1.
ตอนนั้นหญิงสาวเริ่มสนใจดูนก
ปกติเธอชอบแคมป์ปิ้งเดินป่าขนาดว่ายอดดอย
เชียงดาวที่ว่าโหดนักหนาเธอก็ยังเคยบากบั่นไปจนถึง
แต่ชายหนุ่มไม่พิศมัยการเป็น
ผู้พิชิตเช่นนั้น เขามักคิดว่าบางที่ที่ไปยากแต่อาจไม่มีสิ่งใดให้ค้นหา
เขาสนใจศึกษา
และชอบดูชีวิตของเพื่อนร่วมโลกที่มีสองปีกมากกว่า
และชายหนุ่มก็อยากให้หญิงสาว
หันมาเป็นผู้ศึกษาชีวิตในธรรมชาติบ้าง
เขาหวังว่าเมื่อเธอสนใจชีวิตในธรรมชาติรอบ
ตัวระหว่างการเดินทางมากขึ้นเท่าใด
ความหมายของการเดินทางก็จะยิ่งสมบูรณ์
มากขึ้นเท่านั้น....เพราะความหมายที่แท้จริงของการเดินทางมิใช่เพียงแค่หมายถึง
การไปให้ถึงจุดหมาย
วัดไผ่ล้อมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ
เขาชวนเธอมาดูอาณาจักรของนกปากห่าง
ในบ่ายวันหนึ่งของเดือนธันวาคมปีนั้น"โอ้โห..นกเยอะขนาดนี้เลยหรือคะ"
หญิงสาว
อุทานขึ้นขณะเข้าสู่เขตวัด
บริเวณภายในวัดในวันนั้นไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าใด
นัก
และแดดก็ไม่ร้อนดูร่มรื่นเป็นที่หย่อนใจทั้งคนและนก
บนฟ้าสูงขึ้นไปนกปากห่าง
หลายสิบตัวบินกางปีกร่อนวนมองดูคล้ายนักดิ่งพสุธา
บนไม้ใหญ่แทบทุกต้นภายใน
บริเวณวัดถูกจับจองและเบียดเสียดไปด้วยนกตัวโตสีขาวดำที่อพยพมาจากทางแถบ
ประเทศบังคลาเทศเพื่อมาทำรังวางไข่และเลี้ยงลูกที่นี่
|
|
| |
|
|
| |

นกปากห่างในช่วงผสมพันธุ์จะมีขนเป็นสีขาว(ถ่ายภาพในเดือนธันวาคม)
|
|
| |
บนลานจอดรถมีรถจอดอยู่ก่อนหน้าเพียงสองคัน
เมื่อลงจากรถชายหนุ่มคว้า
หมวกของเขาสวมไปยังศีรษะของหญิงสาว
"คุณยังไม่มีหมวกใส่หมวกของผมก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวนกอึใส่หัวแล้วคุณจะหมด
สวย..ยิ่งไม่ค่อยสวยอยู่"
เขาพูดกระเซ้า
หญิงสาวหันมาค้อนแล้วหยิกไปที่เอว
แต่เมื่อ
เดินมาได้เพียงสองสามก้าวอึนกหยดแรกก็หล่นจากฟ้าลงมาบนพื้นถนนตรงหน้า
"เชื่อรึยังละครับว่าที่นี่น่ะอึนกเยอะ
บางทีบินๆอยู่นึกจะปล่อยก็ปล่อยลงมา
แถม
ยังมีความเป็นกรดสูงด้วยนะครับ
ถ้าตกใส่รถแล้วทิ้งไว้รับรองสีด่างเป็นดวงเลย"เขา
อธิบายยืดยาว
"ขอบคุณนะคะสำหรับหมวก"
หญิงสาวพูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย
แล้วทั้งคู่
ก็มุ่งตรงไปยังหอดูนก
หอดูนกนั้นสูงสามชั้นตั้งอยู่ทางด้านแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้งสองเดินขึ้นบันไดไป
จนถึงชั้นสาม
"บรรยากาศดีเหมือนกันนะคะ
โอ้โห!
นกเกาะขาวเต็มไปหมดเลย"
หญิงสาว
พูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ชายหนุ่มยังคงยืนมองไปรอบๆ
ลมเย็นที่พัดมาจากแม่น้ำ
ทำใหทั้งสองรู้สึกสดชื่น
"ส้ม..คุณดูนกตัวนั้นซิครับมันกำลังบินคาบกิ่งไม้ไปทำรัง"
เขาชี้ให้หญิงสาวดู
นกปากห่างตัวหนึ่งซึ่งคาบกิ่งไม้บินอยู่ไม่ไกล
แล้วนกตัวนั้นก็คาบกิ่งไปวางซ้อนเป็น
รังบนง่ามกิ่งที่มั่นคงบนต้นไม้เบื้องหน้า
|
|
| |

|
|
| |
เมื่อชายหนุ่มมองให้ละเอียดขึ้นเขาพบว่าที่แต่ละต้นมีการทำรังกันแล้วนับสิบรัง
บางตัวก็เริ่มจับคู่
และบางคู่ก็วางไข่แล้ว
เขาใช้กล้องส่องดูแล้วยื่นให้หญิงสาวดูบ้าง
"ดูต้นนั้นซิครับต้นนิดเดียวมีตั้งสิบกว่ารัง
ช่วงนี้ต้นเดือนธันวาคมนกก็เริ่มทยอย
ทำรังวางไข่กันแล้ว"
ชายหนุ่มอธิบาย
"น่ารักจังเลยนะคะดูแต่ละคู่ซิคะท่าทางนกคงจะมีความสุข"
หญิงสาวพูดขึ้น
"เหมือนเรารึเปล่าครับ"
เขาพูดขึ้นเบาๆ
"ขี้ตู่"
หญิงสาวพูดเหมือนกระซิบขณะที่สายตายังไม่ละจากกล้อง
|
|
| |

มุมมองจากหอดูนกชั้นสาม
ฝูงนกมองคล้ายดอกไม้สีขาว
|
|
| |
ดวงอาทิตย์ยามเย็นลับหายเข้าหลังก้อนเมฆ
ลมแม่น้ำยังคงพัดเอื่อย
บนหอสูง
เหลือเพียงสองหนุ่มสาวที่นั่งเคียงกันบนม้ายาว
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือฝูงนกกลุ่ม
สุดท้ายหลายสิบตัวกำลังบินร่อนข้ามแม่น้ำกลับมายังอาณาจักรของมัน
"ฝูงนกบินกลับรังน่าดูจังเลยนะคะ"
หญิงสาวพูดขณะมองฝูงนก
แล้วเธอก็มอง
ไปรอบๆบริเวณ
"ถ้านับรวมทั้งหมดน่าจะเป็นพันพันตัวเลยนะคุณ ดูซิคะขาวเต็มไปหมดเหมือน
ดอกไม้เลย สวยจัง"
หญิงสาวรำพึง แล้วชายหนุ่มก็พูดขึ้นบ้าง
"
คุณส้มเข้าใจเปรียบเทียบนะครับผมยังนึกไม่ถึงเลยเหมือนดอกไม้จริงๆด้วย
เป็นดอกไม้สีขาวที่มีชีวิต
เคลื่อนไหวได้ ผมว่าอารมณ์อย่างคุณน่าจะเขียนบทกวีได้"
"
ถ้าเป็นดอกไม้เต็มต้นแบบนี้ทำให้ส้มนึกถึงดอกพญาเสือโคร่งที่มักออกดอก
สะพรั่งบนดอยสูงในยามหนาว"
แล้วหญิงสาวก็ละสายตามองไปยังฟากฟ้าแสนไกล
2.
วันนี้ชายหนุ่มยืนอยู่เพียงลำพัง
เขาเหม่อมองไปยังฟากฟ้าแสนไกลด้านทิศ
เหนือนึกทบทวนเรื่องราวในครั้งนั้นที่เขายังจำได้แม่น
เพราะบริษัทหนังสือแฟชั่นที่
เขาดูแลฝ่ายศิลป์อยู่นั้นได้ไปติดต่อบริษัทที่เธอทำงานอยู่ให้สร้างเว็บไซท์ให้
เมื่อได้
รู้จักกันผ่านงานและรู้ว่าต่างก็มีความชอบคล้ายกันทั้งสองจึงคบกันเรื่อยมา
ชายหนุ่มยังคงคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนรอบตัวสลัวลง
ป่านนี้หญิงสาวคงกำลัง
พักแรมอยู่ณ.จุดใดแห่งหนึ่งริมน้ำกกในจังหวัดเชียงรายตามโปรแกรมดูนกขี่จักรยาน
ที่เชียงแสนแล้วมาล่องแพที่ท่าตอน
เป็นโปรแกรมท่องเหนือประจำปีระหว่างเธอและ
กลุ่มเพื่อนสนิท แต่เขาไม่สามารถไปด้วยได้กับโปรแกรมที่ต้องไปยาวถึง
6วันเพราะ
งานปิดต้นฉบับที่กำลังยุ่งในช่วงใก้ลปีใหม่ ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงมีอาการงอนให้เห็น
และที่ทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นใจก็เมื่อเธอบอกว่าทริปนี้ได้ให้เพื่อนชายที่เคยชอบพอสมัย
เรียนซึ่งขณะนี้ไปทำงานที่เชียงรายเป็นคนคอยจัดการธุระต่างๆให้
และก็จะล่องแพ
ไปด้วยกัน แม้เธอจะยืนยันนักหนาว่าเดี๋ยวนี้คิดเพียงเพื่อนเพราะต่างฝ่ายต่างมีคนรัก
และเธอก็มีเขาอยู่ทั้งคนก็เถอะ..แต่หัวใจของคนทำงานศิลปะอย่างเขาก็ไม่วายร้อนรน
ชายหนุ่มเดินฝ่าความสลัวลงมาแล้วเดินไปที่รถซูซูกิคาริเบี้ยนสีเขียวที่จอดเป็น
เงาตะคุ่มอยู่อย่างโดดเดี่ยว เขาเปิดประตูเข้าไปนั่งและพยายามติดต่อผ่านมือถืออีก
ครั้งแต่ก็ไร้ผล
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อติดเครื่องแล้วเปิดไฟหน้ารถเขาพบ
ว่ามีรอยมูลนกถึงสามจุดที่กระจกและที่ฝากระโปรงอีกหนึ่งจุด
แต่ชายหนุ่มกลับไม่
ใส่ใจที่จะเดินไปเช็ดออกอย่างที่เคยทำ
เพราะขณะนี้จิตใจของเขาเตลิดไปยังจังหวัด
เหนือสุดของประเทศเสียแล้ว...ถ้าพรุ่งนี้ไม่ทำงานบางทีค่ำนี้เขาอาจมุ่งรถสู่เชียงราย
แทนที่จะกลับบ้าน
|
|
|
|
BACK
(กลับห้องเรื่องสั้น)
HOME
|
|
| |
Get your Free Advertising...for Thai web sites
only!
|
|