|
|
แนนซี่...กับความทรงจำอันพร่าเลือน
เรื่อง-ภาพ
พอพล นนทภา
เขียน มิ.ย.2544
|
|
|
|
|
ที่มาที่ไปของแนนซี่นั้นผมไม่รู้แน่ชัด
ชื่อแนนซี่แต่ว่าเป็นตัวผู้
เรียกตามชื่อแหม่มแนนซี่
อาสาสมัครชาวอเมริกันที่ได้มีโอกาสทำงานที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในเวลานั้น
แนนซี่ที่
เป็นคนจึงได้มีโอกาสดูแลแนนซี่ที่เป็นนกร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานคนอื่นๆ
แนนซี่นั้นซุกซน
ชอบคุ้ยขยะชอบกระโดดขึ้นโต๊ะอาหารเพื่อร่วมวงกันนักท่องเที่ยว
ชอบไป
เกาะทักทายผู้คนที่รถตามประสานกที่คุ้นเคยกับคน
ภาพรวมของแนนซี่จึงหมายนกที่น่ารักน่า
เอ็นดู
และแนนซี่ก็น่าจะหมายถึงสัญลักษณ์หนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในช่วงหนึ่งด้วย
เพราะใครที่ไปที่นั่นก็มักจะพบแนนซี่อยู่เสมอ
|
|
|
|
|

เกาะเด่นประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์อยู่บนหลังคาที่ทำการอุทยานฯ
|
|
|
|
|
เช้าตรู่วันนั้นนานมาแล้ว..ผมและเพื่อนมาถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกันตั้งแต่ตีห้า
เราจอดรถหน้าที่ทำการแล้วจึงปรับเบาะเอนนอนเพื่อรอเวลาทำเรื่องขึ้นพะเนินทุ่ง
ผมงีบหลับไป
มารู้สึกตัวก็ฟ้าสว่าง
และเพราะมีบางสิ่งบางอย่างมาทำให้ต้องลืมตาขึ้น
เริ่มจากเสียงกุกกักบน
หลังคาแล้วจึงตามมาด้วยจงอยปากสีเหลืองขนาดใหญ่ที่พยายามแทรกกระจกหน้าต่างที่เปิดไว้
ราวคืบเข้ามา
"นกเงือกที่ไหนมาทักทายกันแต่เช้า"
ผมนึกในใจ
ก่อนจะกระเถิบตัวข้ามมาลง
ด้านคนขับด้วยการปลุกเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถให้ลงไปก่อน
เมื่อลงมายืนนอกรถผมและแนนซี่
ก็ได้สบตากัน
ดวงตาสีแดงเป็นประกายคู่นั้นดูไร้เดียงสาและแฝงความเหงาไว้เบื้องลึก
แนนซี่
มองผมอยู่ครู่ใหญ่คล้ายจะขออนุญาต
ก่อนที่จะกระโดดไปเกาะที่กระบะหลังแล้วใช้ปากเขี่ยคุ้ย
เข้าไปในตระกร้าใส่เสบียง...นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักแนนซี่ |
|
|
|
|
 
ภาพขณะคุ้ยหาของกินในถุงบนรถมอเตอร์ไซค์ของเจ้าหน้าที่อุทยาน
|
|
|
|
|
บางคนเล่าว่า..แนนซี่พลัดจากพ่อแม่ของมันตั้งแต่แรกหัดบิน
มันบาดเจ็บชาวบ้านจึงได้นำ
ไปเลี้ยงดู
และต่อมาจึงนำมาให้เจ้าหน้าที่อุทยานดูแลต่อ
ตอนนั้นแนนซี่ก็หากินเองตามธรรมชาติ
ไม่เป็นแล้วตามประสานกที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยพ่อแม่ของมันตั้งแต่เกิด
บางทีแนนซี่อาจไม่รู้จักคำว่า
ป่าด้วยซ้ำ
เมื่อมาอยู่ในสถานที่ใหม่มันจึงคุ้นชินกับสิ่งก่อสร้าง
คนและต้นไม้รอบๆที่ทำการอุทยาน
ริมเขื่อนแก่งกระจานอันกว้างใหญ่
ในคราวที่แนนซี่หิวก็อาจเห็นแนนซี่ไปหาอาหารกินเองตามถังขยะบ้าง
แนนซี่คุ้นชินกับ
คนเป็นอย่างดีบางครั้งเมื่อมันเหงาจึงเข้ามาคลุกคลีกับนักท่องเที่ยว
เมื่อนึกสนุกแนนซี่ก็อาจ
แกล้งกระโดดไล่เอาเสียเฉยๆ
พฤติกรรมของแนนซี่อาจดูน่ารักตามประสาสัตว์ที่คุ้นเคยอยู่กับคน
แต่หากมองเบื้องลึกแล้ว..แนนซี่น่าสงสารจับใจ |
|
|
|
|

ภาพนี้ถ่ายจากหน้าที่ทำการอุทยานฯแก่งกระจานเมื่อหลายปีก่อน
|
|
|
|
|
ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ข่าวของแนนซี่ก็ตอนต้นฝนปี43..ที่จุดพักแรมบ้านกร่าง
เพื่อนนักดูนก
พูดถึงข่าวของแนนซี่ว่า
เจ้าหน้าที่ได้นำมันมาปล่อยที่นี่พร้อมกับช้างพลายทุเรียนเพื่อให้สัตว์ทั้งสอง
ได้คุ้นเคยกับสภาพป่า
พลายทุเรียนนั้นมีความสุขดีมันได้ช้างพี่เลี้ยงที่รักมันเหมือนลูก
แต่ข่าวของ
แนนซี่ไม่สู้ดีนัก สองชีวิตที่ก้าวเดินมาพร้อมกันแต่ชะตาชีวิตกลับแตกต่าง..ชีวิตก็มักเป็นเช่นนี้
สองสามวันก่อนที่แนนซี่จะจากไปมีคนเห็นมันเซื่องซึม
ข่าวว่าแนนซี่ไปกินอะไรบางอย่าง
จากขยะของนักท่องเที่ยวตามนิสัยเคยชิน
มันจึงไม่สบาย
เป็นการป่วยที่โดดเดี่ยว
ถ้ามันเป็นนก
เงือกที่มีวิถีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติตั้งแต่แรกเกิดป่านนี้มันคงมีคู่..คู่ที่จะอยู่เคียงข้างกับมันจวบจนวัน
สุดท้ายตราบที่ยังมีลมหายใจ
อย่างน้อยมันคงไม่เหงาในยามที่เจ็บป่วยเช่นนี้ไม่มีใครพบเห็นแนนซี่
ในยามที่มันทนทุกข์อยู่อย่างโดดเดี่ยว...สุดท้าย..เจ้าหน้าที่พบร่างที่ไร้ลมหายใจของมันนอนซบผืนป่า
เพื่อคืนร่างกลับสู่ธรรมชาติอยู่อย่างสงบ...ในวันที่ฟ้าครึ้มฝน |
|
|
|
|

แนนซี่กับการหากินที่ล่อแหลมกับอาหารที่อันตรายเช่นเศษถุงพลาสติก
ที่มิอาจย่อยได้
|
|
|
|
|
แนนซี่ได้คืนร่างของมันกลับสู่ธรรมชาติไปแล้ว
สิ่งที่แนนซี่ทิ้งไว้คือความทรงจำดีๆให้ใคร
ต่อใครได้คิดถึง
ทุกครั้งที่ผมยืนอยู่หน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพื่อทำเรื่องขึ้นพะเนินทุ่ง
ผมมักแหงนมองต้นไม้รอบๆ
แล้วภาพของแนนซี่ก็จะปรากฎขึ้นในความทรงจำ.........แม้กาลเวลา
จะทำให้ความทรงจำนั้นพร่าเลือนลงทุกทีก็ตาม |
|
|
|
|
|
|
|