Spot - winged  Grosbeak

 
 

กระติ๊ดใหญ่ปีกลาย..นกสวยแห่งบ่อน้ำร้อนฝาง
เรื่อง/ภาพ พอพล นนทภา
เขียน กุมภาพันธ์ 2545

 
 

       สิทบอกผมให้เปลี่ยนมาขับรถแทนเมื่อรู้ตัวว่ามิอาจฝืนขับต่อไปได้ คงเนื่องจากมี
อาการหวัดเพราะแพ้อากาศ กอรปกับอาการอ่อนล้าจากการเดินดูนกก่อนหน้านี้เมื่อกินยา
แก้แพ้เข้าไปจึงรู้สึกง่วงและหมดลานเอาดื้อๆ ผมเปลี่ยนมาขับแทนด้วยอาการไม่มั่นใจ
กับกระบะล้อโตมอมแมมคันนี้นัก  ที่จริงแล้วไม่ควรปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เมื่อสุดวิสัยขุน-
ทัพจำเป็นก็มิอาจทัดทานจำต้องขี่ม้าที่มิเคยมือข้ามเขาทะมึนที่เห็นอยู่เบื้องหน้า
        ผมขับไปเชื่องช้าเพื่อให้คุ้นชินแต่ยังรู้สึกไม่เข้าที่เข้าทางยังคงปรับตัวไม่ได้กับจัง-
หวะเหยียบปล่อยคลัช เบรค คันเร่งรวมถึงพวงมาลัยที่ต่างจากม้าศึกของผมโดยสิ้นเชิง
ข้างหน้าไม่ไกลคือเขาลูกแรกที่จะเป็นด้านทดสอบที่จำต้องข้ามไปให้ได้ จากตรงนี้ยังอีก
ไกลกว่าจะถึงจุดหมายที่ตั้งไว้คือดอยอ่างขาง ขณะนี้เราเพิ่งอยู่อำเภอแม่จันหลังจากใช้
เวลาดูนกที่หนองบงคายในครึ่งวันเช้า  เราตั้งใจว่าจะวิ่งตามเส้นทางหลวงเลียบชายแดน
สูท่าตอน แม่อาย เข้าฝาง และคงจะถึงจุดกางเต๊นท์บนดอยในตอนเย็น

        รถยังคงวิ่งต่อไปไม่เร็วนักเรายังอยู่เชิงเขา สิทหลับไปแล้วผมใส่เทปเพลงที่อัดแบบ
รวมมิตรเอาไว้ฟังส่วนตัวเข้าช่องเล่นเทป  เมื่อเทปหมุนเสียงเพลงก็ดังออกมา
        เปรียบดังเราคล้ายดังขึ้นภูเขา ฝ่าไปเอาหมายตัวเราก้าวไป
        สูงๆขึ้นไป ใครจะอยู่ข้างเรา กิเลสยุเย้าให้ปีนป้าย
        ไร้มิตรแท้ถึงแม้ยิ่งใหญ่ ใหญ่เกินไปไม่มีใครเอา
        ยิ่งสูงยิ่งหนาวยอดเขายังห่าง อยู่บนทางนึกหวั่นนึกพรั่นความหนาว

        เพลง"ยิ่งสูงยิ่งหนาว"ของเต๋อยังคงอมตะและแฝงไว้ด้วยพลัง เนื้อหาปรัชญาให้ชวน
ขบคิด บนภูเขาสูงนั้นเหน็บหนาวแต่หลายคนยังคงปีนป่าย
...

 
 

 
 

เส้นทางสูงชันและคดเคี้ยวบนดอยอ่างขางอันเป็นจุดหมายในการเดินทางของเรา
ผมถ่ายภาพนี้จากจุดพักรถที่มีอยู่แทบตลอดทาง

 
 

        รถเริ่มไต่ทางชันผมหันไปมองสิท น้องชายที่สนิทเพราะความชอบท่องธรรมชาติ
และชอบถ่ายภาพเช่นเดียวกัน เราจึงมีโอกาสได้ออกเดินทางด้วยกันหลายครั้ง ชายหนุ่ม
ยังคงเอนนอนในท่าสบาย รถยังวิ่งไปไม่เร็วนัก  ปัญหาในการควบคุมรถของผมยังมีอยู่
รถจึงยังคงช้าในทางชันและไปอย่างไม่รีบเร่งในทางราบ  
        และบนทางราบช่วงหนึ่งรถกระบะคันหนึ่งแซงผมไปด้วยความเร็วน้องๆพายุท้ายรถ
ติดสติกเกอร์ว่าNo Fearผมอยากจะหาสติกเกอร์มาติดท้ายรถกระบะที่ผมขับอยู่นี้บ้างว่า
No Sure แต่ถึงอย่างไรผมก็สามารถควบคุมมันให้ผ่านเนินแล้วโค้งเล่าไปได้ด้วยดี เรา
ผ่านทางขึ้นดอยแม่สลอง ดอยผ้าห่มปกดินแดนแห่งนกขัติยานกหายากที่นักดูนกอยากได้
ยลโฉมสักครั้ง และกว่าเราจะเข้าเขตอำเภอฝางที่ขึ้นชื่อเรื่องส้มสายน้ำผึ้งก็เกือบห้าโมง
เย็นซึ่งผิดเวลาไปมาก
        ผมปรึกษาสิทว่าวันนี้เราคงขึ้นดอยอ่างขางไม่ทันแน่  มันคงเสี่ยงเกินไปกับทางที่
คดโค้งสูงชันที่จะขับในเวลาค่ำ  เขาเห็นด้วยเพียงแต่ว่าเราจะหาจุดกางเต๊นท์กันได้ที่
ไหน  เมื่อกางแผนที่ผมพบว่ามีอุทยานแห่งชาติฝางอยู่ไม่ไกล  แม้ที่นี่จะชื่อไม่ค่อยคุ้นหู
แต่เราก็เชื่อว่าเมื่อเป็นอุทยานแห่งชาติแล้วมักมีลานกางเต๊นท์เป็นของคู่กัน

 
 

 
 

สภาพลานกางเต๊นท์ของอุทยานแห่งชาติ(บ่อน้ำร้อน)ฝาง

 
 

       ผมเพิ่งรู้ว่าที่นี่น่ากางเต๊นท์นอนก็ต่อเมื่อกำลังยืนอยู่บนลานกว้างของสนามหญ้าโล่ง
คล้ายสนามฟุตบอลที่แลดูสะอาดตา  ด้านหนึ่งติดภูเขาไกลออกไปเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มักมี
คนในพื้นที่เข้ามาพักผ่อน  ไมห่างจากที่ผมยืนคือห้องน้ำสะอาดและใก้ลกันเป็นร้านอาหาร
ที่เรียงรายกันอยู่หลายร้าน  ผมสั่งลาบ ไก่ย่างและส้มตำเอาไว้ แลเห็นแม่ค้ากำลังย่างไก่
ควันลอยโขมง ตรงจุดกางเต๊นท์ผมเลือกใต้ต้นพุทราไมห่างจากเสาไฟริมถนนของอุทยาน
ที่มีหลอดไฟติดอยู่ ก่อนนอนคงได้นั่งคุยได้อ่านหนังสือบ้าง

        เช้ารุ่งขึ้นนั้นสดใส แสงแดดอุ่นอ่อนโยนยังจับอยู่บนยอดเขาอีกสักพักคงไล่ลงสู่เบื้อง
ล่างไล่หยดน้ำที่เกาะบนเต๊นท์ให้ละเหยสู่อากาศ  เมื่อคืนไม่ค่อยหนาวเท่าใดนัก อากาศใน
ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์บนพื้นราบเย็นกำลังดี  ผมเปิดเตาแก๊สสีส้มมอมต้มน้ำเตรียม
ชงกาแฟรสเข้ม  ส่วนสิทเพิ่งงัวเงียออกจากเต๊นท์ของเขาอาจเพราะนกกระจิ๊ดมาร้องอยู่
ตรงต้นไม้ใก้ลๆ
        เรากางเก้าอี้สนามนั่งหน้าเตาซึมซับบรรยากาศบริสุทธิ์  ห่างออกไปเห็นไอเหนือบ่อ
น้ำร้อนลอยเป็นฝ้าขาวกระจายอยู่เป็นกลุ่ม เช้าเช่นนี้ยังไม่มีคนมาเที่ยว บนลานกางเต๊นท์
จึงมีเพียงผมและสิท ทั่วบริเวณจึงดูสงบแม้กระทั่งนกก็ดูเงียบเหมือนว่าที่นี่ไม่มีนก

 
 

 
 

นกกระติ๊ดใหญ่ปีกลาย(Spot-winged Grosbeak)ตัวเมีย

 
 

       แปดโมงเช้าแดดไล่ลงมายังพื้นล่าง เรากำลังเก็บเต๊นท์เพื่อออกเดินทาง  แต่ขณะ
ที่กำลังเก็บสัมภาระต่างๆผมก็รู้สึกเหมือนมีนกฝูงหนึ่งบินอยู่เหนือหัว ผมแหงนมองแล้ว
เรียกสิทให้ช่วยส่องกล้องดูแต่ก็สูงและย้อนแสง  รู้เพียงว่ารูปร่างคล้ายนกกระติ๊ดแต่ทว่า
อวบใหญ่กว่า  นกฝูงนั้นบินหายเข้าไปในป่าละเมาะอีกฟากหนึ่ง
        อีกเกือบชั่วโมงผ่านไปสิทหมดความพยายามเดินกลับไปนั่งเล่นรอที่รถ ส่วนผมนั้น
ตั้งใจว่าถ้าถ่ายนกปรอทหัวโขนก้นเหลืองที่เกาะบนยอดไม้ได้มุมสวยๆ สักสองสามภาพ
ก็คงจะกลับไปที่รถ  เหมือนเป็นการประวิงเวลาต่อไปอีกนิด แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิด
ขึ้นจนได้  เพราะขณะที่ผมเล็งในช่องมองภาพปรับโฟกัสอยู่นั้นนกกลุ่มหนึ่งก็โฉบลงมา
รูกร่างคล้ายนกกระติ๊ดแต่อวบใหญ่กว่า ลำตัวด้านล่างสีเหลืองสด อกและลำตัวด้านบนนั้น
ดำสนิท บางตัวเหลืองหม่นแต่มีลายเป็นนกกระติ๊ดใหญ่ปีกลายอย่างที่ผมคาดไว้แต่ทีแรก
จริงๆ ผมถ่ายไปสามสี่ภาพจึงผิวปากเรียกสิทแล้วชี้ไปยังยอดไม้ ชายหนุ่มยกกล้องส่องดู
เมื่อรู้ว่าเป็นอะไรเขาก็คว้ากล้องถ่ายภาพแล้วรีบกระโดดลงจากรถเหมือนลิงโผจากกิ่งไม้

 
 

 
 

นกกระติ๊ดใหญ่ปีกลาย(Spot-winged Grosbeak)ตัวผู้

 
 

       สิทย่องเข้ามาใก้ล เหมือนรู้หน้าที่เราต่างหาพุ่มไม้ซุ่มเงียบ นกย้ายลงมาหากินต้นที่
ต่ำลงและต่ำลงจนไม่เชื่อว่าห่างจากเราราว20เมตร  ผมลองนับคร่าวๆได้มากกว่า30ตัว
มีทั้งตัวผู้ตัวเมียและนกไม่เต็มวัย  นกยังคงหากินอยู่นานสองนานบนต้นไม้ในบริเวณนั้น
นกชนิดนี่เป็นนกที่มักพบได้เฉพาะถิ่นทางภาคเหนือตอนบน (Uncommon Resident)
นกจะอาศัยหากินตั้งแต่ระดับความสูง1,400 เมตรขึ้นไป  จึงไม่น่าแปลกใจที่มักมีผู้พบ
เห็นนกชนิดนี้บนดอยอ่างขาง แต่สำหรับกรณีนี้นกลงมาหากินต่ำในระดับล่างในช่วงฤดู
หนาว ซึ่งเป็นลักษณะของนกประจำถิ่นในบางพื้นที่ กรณีนี้ เคร็ก ร็อบสัน ได้เขียนบรรยาย
ไว้ในคู่มือดูนกเมืองไทยของเขาว่า Locally down to 300 m in winter.

 
 



สิทและกระบะคู่ใจของเขาบนเส้นทางช่วงเชิงดอยอ่างขาง

 
 

      กว่าเราจะออกจากอุทยานแห่งชาติฝาง(บ่อน้ำร้อนฝาง)ก็ปาเข้าไปสายโด่ง แดดเริ่ม
แรง เป้าหมายข้างหน้าคือดอยอ่างขาง  เราเติมน้ำมันและซื้อเสบียงเพิ่มเติมที่ตัวอำเภอ
จากนั้นรถก็มุ่งหน้าสู่ยอดดอยสูง  สำหรับสิทอาการแพ้อากาศดูเหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้ง
หน้าตาชายหนุ่มดูอิ่มเอมหลังจากได้เห็นนกตัวเหลืองอ้วนแถมยังถ่ายภาพได้
        รถกำลังวิ่งผ่านสวนส้มอันเลื่องชื่อของชาวบ้านเป็นจังหวะที่เพลง"คู่แท้"ของเบิร์ด
ธงชัยดังมาจากลำโพง ชายหนุ่มร้องคลออย่างอารมณ์ดีท่าทางคงจะชอบเพลงนี้เป็นพิเศษ
        ถ้าเราต่างไม่หันมามอง  พลาดทุกอย่างเพียงเสี้ยวนาที
        ถ้าไม่ถูกขีดไว้ให้เป็นอย่างนี้  เราจะหันมาเจอะกันได้ไง
        บางครั้งฉันคิดเอง  ว่าฟ้าสร้างเรามาอย่างตั้งใจ
        ฉันเป็นของๆเธอคู่แท้ที่หากันเจอ ไม่ว่าครั้งไหน.....

        แต่เพลงยังไม่ทันจบสิทก็ถามผมขึ้น
        "พี่เชื่อเรื่องคู่แท้หรือเปล่า เนื้อคู่ที่อยู่ก็โผล่เข้ามาในชีวิตน่ะ" เขาพูดแล้วยิ้ม
        "เชื่อซิก็แม่ของลูกชายพี่ไง" ผมตอบอย่างลังเลไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะมาไม้ไหน
        "ผมว่าพี่เจอเนื้อคู่เข้าอีกแล้วหละ" สิทพูดอีก แต่ผมฉุกคิดและเริ่มจับทางเขาได้
        "สิทด้วยมั้ง..ที่เจอเมื่อเช้า ท้องเหลืองอกดำ หลังดำ แล้วก็บินหากินกันเป็นฝูงใช่
รึเปล่าล่ะที่จู่ๆก็เข้ามาในชีวิตอย่างไม่คาดฝันน่ะ" ผมตอบอย่างรู้ทัน..เราต่างยิ้ม
         สิทยิ้ม ผมก็ยิ้มเรากำลังยิ้มให้กับหนทางท้าทายแปลกใหม่บนขุนเขาทะมึนสูงเสียด
เมฆ...ทางคดเคี้ยวสูงชันสู่ยอดดอยอันเหน็บหนาวกำลังรอพวกเราอยู่เบื้องหน้า

       

 
 

BACK (กลับห้องเรื่องสั้น) 

 
 


Get your Free Advertising...for Thai web sites only!