เชียงแสนในคืนวันอันละมุนละไม
เรื่อง/ถ่ายภาพ พอพล นนทภา
เขียน-มกราคม 2545

 
 

         ผมมีโอกาสกลับมาเยือนเชียงแสนอีกครั้งมิใช่เพราะมีรายงานการพบนกใหม่แตEbr> ประการใด ปีก่อนตอนที่เจ้ากระเรียนCommon Craneมาแวะพักรักษาอาการบาดเจ็บ
ที่ขาอยู่หลายเดือนผมก็ยังไม่มีโอกาสได้มาเยือน  บางทีภารกิจอันหลากหลายในชีวิตก็มา
ขัดจังหวะการท่องธรรมชาติ  ชีวิตมักมีจังหวะจะโคนที่ไม่ลงตัวเช่นนี้เสมอ
         แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสขึ้นเหนือผมก็มักคิดถึงที่นี่ในอันดับต้นEnbsp; บรรยากาศละมุน
ละไมในยามหนาวมักเรียกร้องให้ผมมาเยือนอีก  แสงสีทองของรุ่งอรุณยามต้องไอหมอก
ที่ลอยเรี่ยผืนน้ำกว้างที่ผมได้มาสัมผัสในครั้งแรกยังคงตราตรึงในความรู้สึก  ในบึงกว้าง
ไกลออกไปนกกระสานวลยืนอยู่อย่างสงบ  รอบผืนน้ำนั้นเต็มไปด้วยนกเป็ดแดงฝูงใหญEbr> ที่อพยพมาจากแดนไกลลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ....เหมือนว่าที่นี่เป็นอีกบ้านหนึ่งของพวกมัน

 
     
 

บ้านป่ายาง

 
 

        จากสามเหลี่ยมทองคำรถกำลังวิ่งโขลกเขลกไปตามทางลูกรังที่ลัดเลาะไปตาม
ท้องทุ่งและเนินเขาลูกเตี้ยมุ่งสู่บ้านป่ายาง  หมู่บ้านที่แต่เดิมเป็นชุมชนของชาวอาข่า
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะมีรีสอรEเล็กๆที่ชื่อLa valleรวมทั้งมีสถานที่สร้างสรรคEานศิลปEbr> ที่ชื่อSridonmoon Art Space ตั้งอยูE ที่นี่จะเป็นที่พักของพวกเรา เจ้าของสถานที่ทั้ง
สองนั้นเป็นเพื่อนสนิทต่างวัยที่เต็มไปด้วยไมตรี  รีสอรEนั้นเป็นของคุณนฤมลคนเล็กEbr> ธรรมดาคนหนึ่งซึ่งทิ้งเมืองมาใช้ชีวิตที่นีEnbsp; จากคำบอกเล่า หลังจากทุนก้อนแรกหมดไป
กับการซื้อที่ดิน ชีวิตหนึ่งก็อยู่ในสภาพไม่ต่างจากเสื่อผืนหมอนใบ..มันสมองและสองมือ
หรือเปล่าที่เนรมิตให้ผืนดินไม่กี่ไร่เชิงเขากลายเป็นรีสอรEเล็กๆที่น่าอยูE ชีวิตของคนนั้น
มักมิได้โรยด้วยดอกกุหลาบ  แต่ความเชื่อมั่นและศรัทธาในความฝันนั้นเป็นพลังนำสูEbr> ความสำเร็จได้มิใช่หรือ

 
 



มุมหนึ่งในSridonmoon Art Space สถานที่ผลิตผลงานศิลปEองอาจารยEรีวรรณ เจนหัตถการกิจ

 
 

        ส่วนพื้นที่ติดกันนั้นเป็นทั้งบ้านพักและสตูดิโอผลิตงานศิลปะของอาจารยEรีวรรณ
เจนหัตถการกิจ ศิลปินหญิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง  อาจารยEะแวะเวียนมาที่นี่อยูEbr> เสมอเมื่อมีโอกาสและว่างเว้นจากการสอนศิลปะในมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ พวกเราไดEbr> มาที่นี่ก็จากการเชิญชวนของอาจารยEึ่งเป็นรุ่นน้องผู้สนิทคนหนึ่งของน้าโบE
        โรจนEพื่อนผู้อาสาขับรถมาตั้งแต่หัวค่ำจากกรุงเทพยังคงขับรถไปอย่างระมัดระวัง
ตามสภาพถนนลูกรังที่มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อในบางช่วงทัศนียภาพสองข้างทางนั้นงด-
งามแบบชนบท บางช่วงผ่านดงอ้อที่กำลังออกดอกขาวดูไหวพริ้วตามแรงลมพัดระเนน
ไม่นานเราก็ถึงที่พัก อาจารยEด้ออกมาต้อนรับทักทายน้าโบEและพวกเรา จากนั้นไม่นาน
ไพโรจนEพื่อนผู้ขับรถมาทั้งคืนก็แยกตัวไปนอนตรงศาลาหน้าบ้านอันแสนร่มเย็นก่อนใคร
เสียงดังจากการนอนหลับทำให้รู้ว่าเพื่อนคนนี้หลับไปอย่างง่ายดาย  มีใครคนหนึ่งในกลุ่ม
อำขึ้นว่า "โรจนEรือกลไฟ"

 
     
 

ออกดูนก

 
 

       รุ่งขึ้นอีกวันเมื่อหายจากอาการอ่อนล้าพวกเราห้าคนก็ออกมาดูนกกันแถวริมแม่น้ำ
โขงตรงบริเวณใก้ลๆกับภัตตราคารริมโขง ช่วงปลายเดือนธันวาคมเช่นนี้สภาพของน้ำใน
แม่น้ำยังถือว่าสูงสำหรับการดูนก และพื้นที่หาดริมฝั่งก็ยังไม่กว้างนักเราพบเพียงนกยาง
กรอกยืนเหงาอยู่เพียงตัวเดียว ส่วนหาดตรงสันดอนกลางลำน้ำโขงพบเพียงนกเป็ดดำหัวสี
น้ำตาลอยู่ราวสิบกว่าตัว เราจึงเสียเวลาอยู่ตรงนี้ไม่นานนัก  ก่อนจากมาผมยืนริมฝั่งมอง
ไปยังดินแดนตรงข้ามของลาวป่าฝั่งโน้นยังมองเขียวขจีกว่าฝั่งนีEnbsp; ผมละสายตามามองสาย
น้ำที่ไหลเอื่อยแล้วบทเพลงเก่าที่ชื่อ River is no return ก็ดังก้องขึ้นในความรู้สึก..จริงสิ
นะสายน้ำ วัน และเวลาเมื่อผ่านเลยย่อมมิหวนกลับ

        เรามาดูนกกันต่อที่เขตห้ามล่าสัตวE่าหนองบงคาย  วันธรรมดาเช่นนี้ที่นี่ดูเงียบกว่า
ปกติ ตรงริมบ้านพักเจ้าหน้าที่ผมเห็นนกกาบบัวตัวหนึ่งยืนอยูE เจ้าหน้าที่บอกว่านกตัวนีEbr> มีผู้นำมาปล่อยแล้วนกก็ไม่ยอมหนีไปหากินที่อื่น นกยังคงยืนอาบแดดอยู่อย่างสงบแสงเงา
และองคEระกอบดูลงตัวจนผมอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปถ่ายภาพเก็บเอาไวEbr>

 
 



นกกาบบัวตัวนี้ยืนอยู่อย่างหงอยเหงาริมบ้านพักเจ้าหน้าทีE/font>

 
 

        ส่วนตรงต้นทองกราวที่กำลังออกดอกสะพรั่ง นกปรอทหัวสีเขม่า และนกวางตาขาว
สีทองฝูงย่อมผลุบเข้าออกหากินกันสนุก ที่ตรงนี้ผมพบนกน่าสงสัยตัวหนึ่ง มันคือนกกินปลี
ดำม่วงที่มีขนเป็นจุดขาวกระจายอยู่บริเวณด้านใต้ของลำตัว  น้าโบEให้ความเห็นว่าน่าจะ
เป็นอีกกรณีหนึ่งของนกที่ผิดปกติทางสีขน(Albino)

 
 



นกกินปลีดำม่วงที่มีขนสีขาวด่างใต้ลำตัว

 
 

        แล้วพวกเราก็มาดูนกกันต่อที่จอทองดำอันเป็หนองน้ำกว้างอีกแห่งที่มีพื้นที่ติดกับ
หนองบงคายแต่ต้องขับรถไปตามทางข้ามเขาลูกเตี้ยไปทางทิศตะวันตก ในช่วงปลายปี
เช่นนี้ต้นสาบเสือยังคงออกดอกขาวพราวอยู่ตลอดสองข้างทางเหมือนกำลังบานรับวันปี
ใหม่ที่ใก้ลเข้ามา และหลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไปตามกาลเวลา  เป็นวัฏจักรของอีกชีวิต
หนึ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดมา
         ที่จอทองดำในช่วงนี้ระดับน้ำก็ยังถือว่าสูง นกเป็ดน้ำส่วนมากยังลอยตัวอยู่ในระยะ
ไกลและเท่าที่ดูส่วนใหญ่จะเป็นเป็ดแดง มีเป็ดลายปะปนอยู่บ้าง แต่ก็มีเป็ดปากพลั่ว
เป็ดเทา เป็ดหางแหลม และเป็ดดำหัวสีน้ำตาลให้พอได้เห็น  ที่น่าสนใจจากคำบอกเล่า
ของบุญพบเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็คือมีการพบเป็ดตัวหนึ่งซึ่งคล้ายเป็ดปากสั้นแต่ทว่าใหญ่กว่า
มาก เราพยายามช่วยกันส่องแต่ก็ไม่พบ  ปริศนาของเป็ดตัวนี้จึงยังคงเป็นความลับที่ไมEbr> จำเป็นต้องไขอีกต่อไป

 
 



จอทองดำในช่วงปลายเดือนธันวาคม

 
 

 

 
 

มีสองหน้าคลิกอ่านต่อตรงนี้ครับ

 
 


Get your Free Advertising...for Thai web sites only!