เรื่อง-ถ่ายภาพ
พอพล นนทภา
เขียน28พ.ย.2543

นกชายเลนปากกว้าง
หนึ่งใน
นักเดินทางผู้โดดเดี๋ยว

   

b202c.jpg (22984 bytes)
สถานที่พบนก
นาเกลือบ้านโคกขาม
29ต.ค.2543

                                                 1. 
       
   ใจผมหายวาบเมื่อเท้าที่แตะเบรคทำให้รถสะบัดตัว  อีกเพียงฟุตเดียวตัวรถ
ก็จะฟาดเข้ากับขอบสะพานโค้งของถนนวงแหวนช่วงที่จะม้วนตัวลงสู่ถนนพระรามสอง
ความเร็วที่มากเกินไปตอนเข้าโค้งและถนนที่ลื่นเพราะสายฝนพรำมาก่อนหนัานี้ทำให้
เป็นเช่นนั้น แต่นั่นก็ไม่เท่ากับสมาธิของผมที่ยังไม่พร้อม   เมื่อคืนนอนดึกผมออกจาก
บ้านทั้งที่ยังงัวเงีย   ผมประมาททั้งที่รู้ว่าในวันที่ต้องเดินทางเพียงลำพังนั้น ร่างกาย
และจิตใจต้องมีความพร้อม
                                   
               2.
           ที่โคกขามแม้จะไม่มีฝนแต่ก็มีร่องรอยว่าเมื่อวานฝนปลายฤดูคงตกหนัก
คันนาเกลือยังคงเปียกจนอยู่ในสภาพใช้เดินไม่ได้   ท้องฟ้าโดยรอบยังคงหม่นแม้ว่า
จะเช้าแล้วก็ตาม โชคยังมีอยู่บ้างเมื่อผมพบแปลงนาเกลือแห่งหนึ่งริมถนนลูกรังข้าง
โรงเรียนยังมีนักเดินทางตัวเล็กๆเดินหากินกันกวักไก่ว
                                   
               3.
              ผมจอดรถริมนาเกลือนกตื่นเล็กน้อยก่อนจะเดินหากินกันต่อ ผมเคลื่อนตัว
เชื่องช้าเพื่อไม่ให้นกตกใจ   ปรับเบาะเอนในท่าสบาย หมุนกระจกลง  อากาศดีๆ
ในยามเช้าเรียกความสดชื่นกลับคืนมา
             บนแปลงนาฉ่ำน้ำผืนนั้นคราคร่ำไปด้วยนกสติ๊นท์คอแดง(Rufous-necked
Stint)นกที่ทำให้ผมอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้เมื่อพบที่โคกขาม  เพราะหากโชคดีผมอาจ
ได้พบหายากอย่างนกชายเลนปากช้อน(Spoon-billed Sandpiper)บ้างก็ได้นกชนิดนี้
มีลักษณะคล้ายนกสติ๊นท์คอแดงทั้งยังชอบหากินร่วมกัน และมักมีรายงานพบที่นี่แทบ
ทุกปีแม้ว่าจะพบเพียงครั้งละหนึ่งหรือสองตัวก็ตาม
               และนอกเหนือจากนกสติ๊นท์คอแดงฝูงใหญ่แล้วในนาผืนนั้นก็ยังมีนกชายเลน
ปากโค้ง และนกหัวโตทรายเล็กฝูงย่อมๆปะปนหากินรวมอยู่ด้วย

   
 

   

 HOME

BACK
(กลับห้องเรื่องสั้น)



MAP-KOKKAM

                
                                                        
4.    
                 ผมนั่งดูนกผ่านกล้องสองตาไปเรื่อยๆโดยยังคงเน้นอยู่ที่นกสติ๊นท์คอแดง
เพราะหากพบตัวที่มีปลายปากแบนนั่นหมายถึงนกชายเลนปากช้อน นกหายากที่ผม
อยากเจอ   ระหว่างนั้นผมก็ไม่ละเลยนกชายเลนชนิดอื่นหากว่ากล้องสองตากวาดผ่าน
ในที่สุดผมก็ได้พบกับนกชายเลนอีกชนิดหนึ่ง ที่ถึงแม้จะเคยพบแต่ก็มักอยู่ในระยะไกล
จนผมยังไม่สามารถถ่ายภาพได้เลย
                 เพราะความที่นกชายเลนชนิดนี้มีลักษณะใก้ลเคียงนกชายเลนปากโค้ง
(Curlew Sandpiper)มาก จึงทำให้ผมเกือบที่จะผ่านมันไป ขนาดที่เล็กกว่าปากสั้น
แต่กว้างกว่านกชายเลนปากโค้ง ปลายปากหักโค้งลงเล็กน้อยและส่วนคิ้วที่มีสองแฉก
นั้นบ่งบอกว่านี่คือนกชายเลนปากกว้าง
                                                          
5.
             นกชายเลนปากกว้าง
(Broad-billed Sandpiper)Limicola Falcinellus
นกชนิดนี้มีสองชนิดย่อยคือ
L.f.falcinellusและชนิดย่อยL.f.sibirica   ชนิดแรกทำรัง
วางไข่ทางตอนเหนือของยุโรปชนิดหลังทำรังวางไข่ทางตอนเหนือของเอเชียในเขต
ไซบีเรีย   
                                                          
  6.
                   แทบทุกครั้งที่พบนกชานเลนปากกว้างผมมักจะพบปะปนอยู่กับฝูงนก-
ชายเลนปากโค้งและมักพบเพียงตัวหรือสองตัวเท่านั้น   ครั้งนี้ก็เช่นกันที่พบเพียง
สองตัวในกลุ่มนกชายเลนปากโค้งที่นับคร่าวๆราว40ตัวปะปนหากินอยู่กับกลุ่มใหญ่
ของนกสติ๊นท์คอแดงราว200ตัวบนแปลงนาผืนนั้น  เหตุที่พบน้อยพอสันนิษฐานได้ว่า
ประชากรของมันมีไม่มากนัก หรือประเทศไทยอาจไม่ได้อยู่บนเส้นทางอพยพหลัก
(migratory route หรือ flyway)ของนกชายเลนปากกว้างก็เป็นได้ เพราะความที่
มักเห็นอยู่โดดเดี่ยวนี่เองผมจึงจัดให้มันเป็นนกในกลุ่ม "นักเดินทางผู้โดดเดี่ยว"
                                                            
7.
                  แม้ที่โคกขามฝนจะไม่ตกและพอจะมีแสงเรื่อลอดลงมาให้พอถ่ายภาพ
ได้บ้าง   แต่ต่อหน้าผมขณะมุ่งกลับกรุงเทพในเวลานี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น   ท้องฟ้า
สีดำที่เห็นเบื้องหน้าบอกผมว่าอาจต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนัก   นี่คงเป็นฝนทิ้งท้าย
ปลายฤดูที่ตกติดต่อกันมา 2-3 วันแล้ว
                                                      
    8.                              
                   การที่พักผ่อนน้อยทำให้ผมยังรู้สึกอ่อนล้า   ผมยังจำเหตุการณ์เมื่อเช้าได้
อันตรายเกิดได้เสมอเมื่อเราประมาท   ในวันที่ผมต้องอยู่ในสภาพ "นักเดินทางผู้
โดดเดี่ยว" ผมต้องมีร่างกายและหัวใจที่พร้อมและแข็งแกร่งกว่านี้...
ได้แค่หนึ่งในสิบ
ของนกชายเลนก็เกินพอ