| |
Pied Avocet
|
|
| |
นกชายเลนปากงอนในความทรงจำ
เรื่อง-ถ่ายภาพ พอพล
นนทภา
เขียน - ตุลาคม
2544
|
|
| |
ผมจำได้ว่าวันนั้นเป็นเช้าวันหนึ่งปลายเดือนพฤศจิกายนปี2541เป็นวันที่สดใส
อากาศเย็นสบายตอนนั้นยังไม่เจ็ดโมงเช้าบนผืนน้ำในบึงตื้นตรงหน้ายังไม่ถูกแสงแดด
ส่องกระทบ ปรากฏก็เพียงไอหมอกลอยละเรี่ยผิวน้ำดูฉ่ำเย็นคล้ายดังวิมานที่อยู่บนดิน
ผมเลือกนั่งริมบ่อใกล้พุ่มไม้เตี้ยที่พอจะช่วยทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัวได้บ้าง
ไม่นานหลังจากนั้นชีวิตน้อยๆก็เริ่มเคลื่อนไหวไม่ห่างจากตัวนัก
นกกระจิบหญ้า
สีเรียบโผล่ออกจากพุ่มไม่ออกมาเกาะโชวEัวให้ได้เห็นโดยมิได้ตื่นกลัว
นกอาจคิดว่า
ผมเป็น"ก้อนหิน"ก้อนหนึ่งกระมัง
จากนั้นฝูงนกกระติEขี้หมูก็ออกมาเกาะกิ่งไม้แสดง
ตัวบ้าง
พร้อมทั้งส่งเสียงเอะอะคล้ายคุยกัน
เหมือนคนที่ไม่ได้คุยกันมาทั้งคืนพอตื่น
ขึ้นมาก็เลยขอเม้าทEันหน่อย
แต่ก็พลอยทำให้ก้อนหินก้อนนี้รู้สึกเพลินไปด้วย
ตรงแนวดินกลางบึงซึ่งขณะนี้อยู่ใต้ผิวน้ำรู้ได้เพราะแนวยาวของไม้พุ่มเตี้ยที่พาด
ยาวจากเหนือไปใตEnbsp;
ตรงแนวพุ่มไม้นี้เองที่ปรากฏเห็นนกตีนเทียนฝูงหนึ่งยืนพักหลับ
กันเรียงราย เมื่อสังเกตให้ดีมีหลายตัวที่เริ่มขยับเหมือนจัดท่าให้ยืนสบาย
หรือว่ามี
บางตัวที่ตื่นแล้วแต่ไม่ยอมลุก
คล้ายคนที่ตื่นแล้วแต่ไม่ยอมลุกลงจากเตียงหรือเปล่า
คนกับนกก็คงไม่ต่างกันนักที่บางทีก็ออกอาการขี้เกียจกันบ้าง
|
|
| |

นกชายเลนปากงอนรวมฝูงนอนอยู่กับฝูงนกตีนเทียนที่เพิ่งตื่นจากหลับ(แต่บางตัวก็ยังหลับอยูE
|
|
| |
ผมยังคงนั่งเงียบทำตัวนิ่งเป็นก้อนหินอยู่เหมือนเดิมแต่ก็เพลินไปกับการมองโลก
ผ่านกล้องสองตาส่องดูชีวิตในบ่อกว้าง
และผมก็พบนกชายเลนปากงอนที่ต้องการแล้ว
แต่มันยังคงยืนหลับปะปนอยู่กับฝูงนกตีนเทียนหลังพุ่มไม้เตี้ย
ความจริงผมเห็นนกหา
ยากตัวนี้ตั้งแต่เมื่อวานพร้อมกับเพื่อนนักดูนกอีกหลายคน
เพียงแต่สภาพแสงในเวลา
นั้นอ่อนลงมากจนยากที่จะถ่ายภาพให้ดีไดEbr>
ไม่นานนักกลุ่มนกที่เห็นเบื้องหน้าก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว
เริ่มจากนกปากแอ่น
หางดำ(Black-tailed Godwit)
ฝูงหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปอีกฟากของบ่อเริ่มมีการเดิน
ไปมา
ถัดมาตรงแนวกลางบ่อนกตีนเทียนก็เริ่มเคลื่อนไหวกันหลายตัวโดยเฉพาะนก
ชายเลนปากงอนนั้นดูเหมือนจะตื่นก่อนใคร
จากนั้นเจ้านกชายเลนปากงอน
(Pied Avocet)
ก็เริ่มออกเดินหากินก่อนนกตัว
อื่นๆที่อยู่ในบ่อ
ต่างจากนกตีนเทียนมี่ส่วนใหญ่ตื่นกันแล้วแต่ยังมัวบิดขี้เกียจกันอยูEbr>
ส่วนตัวที่ยังไม่ตื่นยังคงยืนหลับขาเดียวหลับตาพริ้มชวนให้อยากนอน
บนผืนน้ำระดับอกของนกในขณะนี้จึงมีเพียงเจ้านกปากงอนเดินหากินอยู่เพียง
ลำพัง นกยังคงเดินส่ายปากไปมาในน้ำเพื่อหาอาหาร
เดินต่อแล้วก็ทำเช่นเดิมโดยบาง
ครั้งก็จิกกินเหยื่อที่หน้าดิน
นกอาจรู้โดยสัญชาติญาณว่าช่วงเช้าในสภาพน้ำขึ้นเช่นนีEbr>
จะมีอาหารที่มันชอบอย่างเหลือเฟือก็เป็นไดE
หรืออาจเป็นนิสัยส่วนตัวของนกชนิดนี้เอง
ที่ชอบตื่นเช้าแล้วออกหากินก่อนใคร
|
|
| |

นกชายเลนปากงอนออกหากินก่อนนกชายเลนตัวอื่นๆที่อยู่ในบ่อ
|
|
| |
ทีE/font>จริงตอนเช้าตรู่ก่อนที่ผมจะมาถึงบางปูผมจอดรถแวะซื้อข้าวเหนียวหมูย่างตรง
ปากซอยแห่งหนึ่งก่อนถึงปากน้ำ
ผมจำเป็นต้องมีเสบียงเพราะไม่รู้ว่าจะต้องนั่งรอนก
อยู่นานเท่าใด ยังโชคดีที่ตรงปากซอยใกล้ป้ายรถเมลEห่งนั้นมีควันลอยโขมงอยู่เพียง
ร้านเดียว
ถ้าแม่ค้าคนนี้ไม่ออกมาขายแต่เช้าเช่นนี้ผมคงไม่มีเสบียงที่แตกต่างไปจาก
ขนมปังและบะหมี่สำเร็จรูปที่มักจะมีติดรถเอาไวEbr>
"เช้าๆแบบนี้ลูกค้าเยอะหรือเปล่าป้า"
ผมถามแม่ค้าขณะยืนรอ
"เยอะซีคะ..ขายให้สาวโรงงานที่มายืนรอรถนี่ก็ได้เยอะแล้ว
ของป้านี่ไม่ถึงเก้า
โมงก็ขายหมด"
ป้าแกว่าอย่างนั้น
"แล้วคุณล่ะจะไปไหนแต่เช้า
ใส่เสื้อลายพรางนี่เป็นตะหานหรือเปล่าล่ะ"
"เปล่าหรอกป้าผมจะไปดูนกน่ะ"
"นกบางปูน่ะเหรอเห็นแต่เขาไปดูกันตอนเย็น"
จริงอย่างป้าขายหมูย่างแกว่าทำไมผมไม่ไปดูตอนเย็นล่ะ
ผมอยากตอบแกเหมือน
กันแต่ก็รับเงินทอน
ยิ้มให้แล้วก็เดินจากมา
จะว่าไปเหตุผลของผมกับป้าคงไม่ต่างกัน
นัก
ด้วยประสบการการณEองแต่ละชีวิตย่อมรู้ว่าโอกาสไหนคือจะหวะที่เหมาะสมของ
แต่ละชีวิตที่จะกระทำสิ่งใด
เพราะผมรู้ว่าเช้าเช่นนี้จะมีโอกาสพบนกได้ง่ายกว่า
เกือบเก้าโมงเช้าแดดเริ่มแรงนกในบ่อกว้างตื่นกันหมดแล้ว
บรรยากาศภายใน
บ่อจึงดูคึกคักเหมือนตลาดนัดนกชายเลน
จากแรกที่เจ้านกชายเลนปากงอนเดินท่องน้ำ
หากินเพียงลำพังก็มีเพื่อนมาร่วมหากินกันเป็นที่สนุก
เป็นนาฏกรรมเล็กๆในบ่อกว้าง
และเมื่อนกเข้าใกล้กันก็สามารถเทียบขนาดของญาติใกล้ชิดระหว่างนกตีนเทียนเจ้าถิ่น
กับนกชายเลนปากงอนผู้มาเยือนถึงข้อแตกต่างได้เด่นชัด
เมื่อยิ่งสายนกก็ยิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้น
จากหลังแนวพุ่มไม้บัดนี้นกข้ามมาหากิน
ด้านหน้าแนวพุ่มแล้ว
นั่นอาจเพราะการที่ผมนั่งนิ่งเป็น"ก้อนหิน"หรือเปล่า รวมทั้งการ
เคลื่อนไหวร่างกายผมก็ทำอย่างเชื่องช้า
นกจึงไม่รู้สึกระแวงทั้งที่ก็ไม่ได้ใช้บังไพรช่วย
เพียงแต่ใส่หมวกและมีผ้าลายพรางผืนเล็กๆคลุมกล้องเอาไว้ขณะไม่ได้ถ่ายภาพ
เมื่อนกไม่ระแวงจึงเข้าใกล้ในระยะที่หวังผลไดEnbsp;
เท่าที่ผมสังเกตนกชายเลนปาก-
งอนตัวนี้เป็นนกที่ค่อนข้างขยัน
ตั้งแต่เช้ามานกยังไม่หยุดพักเลย
นกจะเดินส่ายปาก
กินเหยื่อแล้วก็เดินต่อ
หยุด บางครั้งก็ใช้การจิก
ทำอยู่เช่นนี้ตลอด
|
|
| |

เมื่อนก(หายาก)ไม่รู้สึกระแวงจึงเข้ามาหากินใก้ลขึ้น
|
|
| |
ผมผละจากบ่อก็เกือบสิบโมง
(โดยไม่ลืมหยิบถุงข้าวเหนียวหมูย่างอันว่างเปล่า
กลับมาทิ้งถัง)ตอนนั้นเจ้านกปากงอนเริ่มพักรวมกลุ่มอยู่กับนกตีนเทียนและนกปาก-
แอ่นหางดำแล้วอาจเรียกรวมมิตรนกสามถิ่นก็คงไม่ผิดนัก
นกตีนเทียนนั้นเป็นเจ้าถิ่น
นกชายเลนปากงอนนั้นมาจากแถบเอเชียตอนกลางทางตอนล่างของเขตพาลีอารEติก
ส่วนนกปากแอ่นหางดำมาจากทางตอนเหนือของทวีป
บ่อร้างตื้นๆที่อาจดูไม่มีค่านัก
ในสายตาคนทั่วไป
แต่สำหรับนกเหล่านี้ที่นี่เป็นทั้งโรงอาหาร
สถานีเติมน้ำมัน เป็นทั้ง
ฟาสฟูE ตลาดนัด
รวมไปถึงโรงแรมชั้นดี
|
|
| |

นกมารวมฝูงพักหลับในตอนสายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหากินในตอนเช้า
|
|
| |
รถเคลื่อนตัวออกจากบางปูและกำลังนำผมกลับบ้านตามเส้นทางเดิม
การที่ผมนั่ง
อยู่กับพื้นหลายชั่วโมงทำให้ผมรู้สึกเมื่อยล้า
ก่อนหน้านี้สักสิบปีผมคงไม่รู้สึกเช่นนีEตอน
นั้นอีกายังไม่มาเหยียบย่ำบนใบหน้าของผมแล้วทิ้งรอยเท้าไว้มากมาย)
รถวิ่งมาถึงจุดที่ผมแวะซื้อข้าวเหนียวหมูย่างในตอนเช้า
ซึ่งบัดนี้สายเกินกว่ารถ
เข็นคันนั้นจะจอดอยู่ที่เดิม
ป้าแกอาจกำลังนอนสบายดูรายการโทรทัศนEี่แกชอบอยู่ทีEbr>
บ้าน เป็นการให้รางวัลชีวิตหลังจากเหน็ดเหนื่อยในตอนเช้า ชั่วขณะนั้นทำให้ผมนึกถึง
เจ้านกชายเลนปากงอนที่กำลังยืนพักอย่างมีความสุขอยู่เช่นกัน
มันทำให้ผมอยากกลับ
ถึงบ้านให้เร็วขึ้น
อาบน้ำแล้วหาที่หลับสักงีบ....ชีวิตก็เช่นนีEnbsp;
ในยามที่ร่างกายและหัวใจ
รู้สึกอ่อนล้าคงไม่มีสิ่งใดดีเท่ากับการได้หยุดพัก
เมื่อเหนื่อยนักก็พักซะบ้าง
|
|
| |
BACK
(กลับห้องเรื่องสั้น)
|
|
| |
|
|