รายงานนกน้ำ
บางปู 24 เมษายน 2548
ถ่ายภาพ / รายงาน พอพล นนทภา
เผยแพร่ทางเว็บ 24 เม.ย. 2548

 

 
 

 

 
 

 
 
     
        อาทิตย์ที่ 24 เม.ย.2548 วันนี้ที่บางปูในช่วงบ่ายน้ำยังลงต่ำ และพบนกนางนวลธรรมดาบางตาลงไปจากเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนมาก เหลือเพียงฝูงขนาดย่อมฝูงเดียวยืนเกาะกลุ่มอยู่บนหาดเลนทางทิศตะวันตก ซึ่งเมื่อนับรวมทั้งฝูงแล้วนับได้ 630 ตัว หรือลดลงไปราว 1500 ตัวจากการนับเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน  
     
 
 

 
 
     
 

ถ่ายภาพสแกนจากหัวแถวสู่ปลายแถวเพื่อสะดวกต่อการนั

 
     
 
 

 
 
     
 

ส่วนหนึ่งของฝูงจากภาพบน (  RIMG0479  )

 
     
 
 

รายงานพิเศษ ( ย้อนหลัง )
นกจมูกหลอดลาย ( Streaked Shearwater )
บที่บางปูเมื่อ 28 ก.พ. 2548
 

 
 

 
 
 

นกจมูกหลอดเป็นนกหากินในทะเลลึก ( pelagic bird ) ที่จะไม่มีโอกาสเห็นมานอนพักบนพื้นกลางวันแบบนี้ นอกจากพลัดหลงและหมดแรงเหมือนในภาพ สำหรับนกตัวนี้น่าจะเป็นรายงานที่ 3 ที่พบในเมืองไทย

 
          วันนี้ ( 24 เม.ย. 2548 ) นอกจากผมจะมานับนกนางนวลตามปกติแล้ว ยังได้มีโอกาสพบกับ อ.มงคล วงศ์กาฬสินธุ์ ที่บางปูนี้ด้วย อ.มงคล บอกว่าได้มาทำค่ายเยาวชนที่บางปูได้หลายวันแล้ว และยังถามผมว่ารู้ข่าวการพบนกจมูกหลอดลายที่บางปูมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือเปล่า แค่นี้ก็ทำให้ผมหูผึ่ง มาก็บ่อยแต่ไม่ทราบข่าวเรื่องนี้เลย ผมจึงสอบถามรายละเอียดเรื่องนี้เพิ่มเติม พร้อมกับเดินไปดูรูปที่ติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ในตัวศาลาสุขใจด้วย
            ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ บอร์ดได้ความว่า มีผู้พบนกตัวนี้ในสภาพอ่อนล้าบนพื้นถนนก่อนทางเข้าซุ้มประตูสะพานสุขตา แต่ก็ไม่ทราบข้อมูลว่าใครเป็นผู้พบคนแรก นกตัวจึงถูกนำมาพักในที่ปลอดภัยและอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ เพียง 1- 2 วันพอมันมีแรงก็บินจากไป ส่วนภาพถ่ายนั้นทราบว่าเจ้าหน้าที่ของ
WWF ได้บันทึกภาพไว้หลายภาพไม่แน่ใจว่าเป็น 2 ภาพ ในเว็บนี้ด้วยหรือเปล่า ถ้าใช่ก็อยากให้เมล์แจ้งชื่อมาด้วยครับจะได้พิมพ์ลงที่ภาพว่าใครเป็นผู้ถ่าย
 
     
 
 

 
 
     
          ภาพนกจมูกหลอดลายทั้ง 2 ภาพนี้มาจากงานประชาสัมพันธ์สถานตากอากาศบางปู แต่ก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ถ่ายหรืออาจเป็นเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์เอง ภาพล่างนี้ผมใช้กล้องดิจิตอลถ่ายก็อปปี้จากภาพสีที่ติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ ส่วนภาพบนสุดเจ้าหน้าที่ค้นมาให้ ( คงเห็นใจที่เห็นผมก้ม ๆ เงย ๆ ที่บอร์ดเพื่อพยายามถ่ายก็อปปี้ภาพนกตัวล่างจากบอร์ดประชาสัมพันธ์ ) ก็ต้องขอขอบคุณงานประชาสัมพันธ์ของสถานตากอากาศบางปูมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
             นกจมูกหลอดลายนั้นเป็น 1 ใน 2 ของนกจมูกหลอดที่จัดได้ว่ามีปัญหากับการจัดจำแนกในอนุกรมวิธาน ด้วยลักษณะบางอย่างที่แตกต่างจากนกจมูกหลอดชนิดอื่นอีก 21 ชนิด ที่จะอยู่ในสกุล
Puffinus เมื่อก่อนนี้นักปักษีวิทยาบางส่วนจัดในนกจมูกหลอดลาย อยู่ในสกุล Procellaria เช่นเดียวกับบรรดา Petrel  หนึ่งในบรรดานักปักษีวิทยาที่จัดให้นกจมูกหลอดลายอยู่ในสกุล Procellaria นั้นไม่ใช่ใครอื่นเขาคือ Rodolphe Meyer De Schauensee ที่เคยมาป่วนเปี้ยนอยู่แถวทางเหนือของไทย พม่า และจีน และเป็นผู้เขียน Birds of China ฉบับภาษาอังกฤษเล่มแรกซึ่งก็ถือว่าเป็นเล่มคลาสสิกเล่มหนึ่งแม้ภาพวาดในเล่มจะไม่สวยบาดใจนักสะสม
             ด้วยลักษณะเด่นบางประการของนกจมูกหลอดทั้งสองดังกล่าวคือเป็นนกจมูกหลอดที่มีความยาวของปีกมากกว่าชนิดอื่น ๆ ต้ลำตัวขาว และทั้งสองมีถิ่นเกิด ผสมพันธุ์ เหนือแนวศูนย์สูตร ต่างจากชนิดอื่นๆ ที่มักทำรังวางไข่กระจายพันธ์อยู่ในแนวศูนย์สูตรหรือต่ำกว่า
              ปัจจุบันนี้ Streaked Shearwater และ Cory's Shearwater ( อยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติก ) นั้นถูกแยกให้มีสกุลเป็นของตัวเองนั่นคือสกุลนกจมูกหลอดลาย Genus Calonectris ซึ่งจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Genus
Procellaria และ Genus Puffinus
 
     
 
 

 
 
 

ภาพตัวอย่างการร่อนของ Sooty Shearwater

 
             การร่อนโดยอาศัยหลัก Dynamic Soaring ของนกทะเลที่มีปีกแคบและยาวในอันดับ ( Order Procellariiformes ) อันได้แก่ Albratross ,Petral , และ Shearwater เทคนิคการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยการร่อนในลักษณะนี้จะอาศัยความแตกต่างของความเร็วลมใกล้ผืนน้ำที่มีความเร็วต่ำ กับความเร็วลมสูงในอากาศที่สูงขึ้นไป นกจะร่อนลงจากความเร็วลมสูงสู่ความเร็วลมต่ำที่ผิวคลื่น และอาศัยความเร่งขณะร่อนลงมาตามหลักmomentum  เมื่อเกือบถึงผิวน้ำก็จะควมคุมองศาของปีกและหันหัววนขึ้นด้านบนอีกครั้งด้วยแรงส่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้นกร่อนไปข้างหน้าได้อีก
                 นกเหล่านี้จะใช้เทคนิคนี้ในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกระพือปีกบิน นอกเสียจากมันต้องการ ทั้งยังสามารถควบความเร็ว ระยะทาง และทิศทางได้ด้วยการควบคุมมุมและท่าทางปีก แบบนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเทคนิคมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่นักดูนกอย่างเห็บกับตาสักครั้ง โดยเฉพาะในวันที่ทะเลไร้คลื่นลมแรงก็จะมีโอกาสได้เห็นนกจมูกหลอดใช้ปลายปีกกรีดไปบนผิวน้ำด้วยในช่วงขณะร่อนเฉียดผิวน้ำด้วย ซึ่งลักษณะนี้หรือเปล่าที่เป็นที่มาของคำว่า Shearwater ตรงนี้ผมก็ไม่แน่ใจนัก คำว่า shear นั้นเป็นกริยาที่หมายถึง ลักษณะกริยาการตัดขนแกะ ใครมีข้อมูลตรงนี้ก็แจ้งมาได้ครับ
                
 
     
 
 

 
 
     
          นกจมูกหลอดลายมีถิ่นกำเนิดอยู่ตามหมู่เกาะในแถบน่านน้ำของจีนและญี่ปุ่น ( สีฟ้าเข้มสุด ) และหากินอยู่ในทะเลลึกในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก ( ในแถบสีฟ้าเข้ม ) เมื่อถึงฤดูหนาวจะอพยพลงมาหากินทางตอนใต้ด้วย ( สีฟ้าอ่อน ) ก็จะเห็นว่าประเทศไทยของเราก็อยู่ในพื้นที่ที่จะมีโอกาสพบนกชนิดนี้ได้ แม้จะอยู่ในลักษณะของนกพลัดหลงก็ตาม
              นกจมูกหลอดลายพบครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2510 ที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นการพบหลังจากเกิดพายุไต้ฝุ่น ซึ่งคงเป็นต้นเหตุที่ทำให้นกชนิดนี้พลัดหลงมากับพายุ ส่วนการพบที่ 2 นั้นหากใครมีคู่มือดูนกของเคร็ก ร็อบสันเล่มเล็ก ก็จะเห็นวงกลมเล็ก ๆ วงอยู่แถบจังหวัดกระบี่ พังงา ซึ่งก็คงเป็นรายงานที่ 2 ที่ผมยังไม่ได้สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนการพบที่บางปูครั้งนี้น่าจะเป็นการพบครั้งที่ 3 ของเมืองไทย
 
     
 
 

 
 
 

Manx Shearwater ขณะเข้ารังในเวลากลางคืน
( ภาพจากหนังสือ Guide to Birds life & Behavior ของ David Allen Sibley )

 
           นกจมูกหลอด ส่วนใหญ่จะทำรังตามโพรง และมักจะเข้ารังเลี้ยงลูกเฉพาะในตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงต่อการเป็นเป้าของนกนักล่าทั้งหลาย ที่จะลงมาจับกินลูกของพวกมันได้ หากมันจะเข้ารังกลางวันนั่นย่อมแสดงว่ามันรู้สึกปลอดจากนกนักล่าจริง ๆ  
     
 
 

 

 
 

กลับหน้าแรก